ปฏิรูประบบสุขภาพเพื่อการป้องกันดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ มารดา และทารกแรกเกิด

ปฏิรูประบบสุขภาพเพื่อการป้องกันดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ มารดา และทารกแรกเกิด


ธราธิป โคละทัต จันทิมา จรัสทอง วสิษฐ์ พรหมบุตร

 

 

แผนภูมิที่ 1 กรอบแนวคิดการบูรณาการระบบการดูแลสุขภาพสตรีตั้งครรภ์ มารดาและทารกไทย

     คณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวไทย ในพระราชูปถัมภ์ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร จึงได้นำแนวคิดการบูรณาการระบบดูแลรักษามารดาและทารก ในรูปแบบ “เครือข่ายสุขภาพ” มาปฏิรูประบบการดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์และทารกแรกเกิด และจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์ เพื่อสนับสนุนและผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงระบบตามแนวทางปฏิรูปสุขภาพ ปี พ.ศ.2542 ซึ่งสอดคล้องไปกับแนวคิดขององค์การอนามัยโลก ปี พ.ศ.2551 (The Partnership for Maternal Newborn and Child Health)  หลักการสำคัญคือ การเชื่อมโยงและบูรณาการระบบสุขภาพ (integrated health care system) ในด้านการส่งเสริมสุขภาพและดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง โดยจัดให้มีการบริการเริ่มตั้งแต่การส่งเสริม ป้องกัน ดูแลรักษา และฟื้นฟูสุขภาพสตรีวัยเจริญพันธ์ สตรีตั้งครรภ์  สตรีตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง ทารกเกิดก่อนกำหนด และครอบครัว ผ่านเครือข่ายของสถานบริการสุขภาพ (linkage and continuity of care) ทุกระดับที่อยู่ในจังหวัดต่างๆ ตั้งแต่ศูนย์บริการสาธารณสุข/สถานีอนามัย หรือ โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลทั่วไป/ โรงพยาบาลศูนย์ และโรงพยาบาลมหาวิทยาลัย โดยเชื่อมโยงผ่านระบบส่งต่อ (referral system) พร้อมทั้งสนับสนุนและส่งเสริมให้สถานพยาบาลทุกระดับทำการพัฒนาคุณภาพการดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์และทารกแรกเกิดไปพร้อมๆ กัน  การดำเนินการดังกล่าวนอกจากจะช่วยยกระดับมาตรฐานการป้องกันและดูแลรักษาสตรีตั้งครรภ์ มารดา รวมทั้งทารกเกิดก่อนกำหนดในแต่ละจังหวัดแล้ว ยังช่วยให้ผู้รับบริการเข้าถึงระบบบริการของสถานพยาบาล อีกทั้งยังเป็นการนำศักยภาพของสถานพยาบาลทุกระดับที่มีอยู่ในแต่ละจังหวัดมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุดอีกด้วย (แผนภูมิที่ 1)

แผนภูมิที่ 2 การขับเคลื่อนเพื่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงและผลกระทบระดับประเทศ

     ปัญหาภาวะคลอดก่อนกำหนดเป็นปัญหาระดับประเทศ หากต้องการให้เกิดผลกระทบ (impact) จำเป็นต้องกำหนดเป็นยุทธศาสตร์ระดับชาติ (national strategy) เพื่อช่วยผลักดันให้เกิดโครงการ หรือ กิจกรรม (output) ที่เป็นประโยชน์ ส่งผลให้เกิดผลลัพธ์ (outcome) ทั้งนี้จะต้องประเมินผลการดำเนินงานผ่านตัวชี้วัดผลสำเร็จระดับต่างๆ  จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีการพัฒนางานของหน่วยงานที่อยู่ในพื้นที่แนวระนาบ (horizontal synergy)  รวมทั้งให้มีการบริหารจัดการขององค์การภาครัฐระดับสูงที่อยู่ในแนวดิ่ง (vertical synergy)  (แผนภูมิที่ 2) จึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยผลักดันให้การแก้ปัญหาภาวะคลอดก่อนกำหนดของประเทศไปในทิศทางเดียวกัน ปัญหาดังกล่าวที่มีความซับซ้อนและเกิดขึ้นมาเป็นระยะเวลานาน จึงจะได้รับการแก้ไขจนประสบผลสำเร็จ