การสอนหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด เครือข่ายโรงพยาบาลจังหวัดอุดรธานี

การสอนหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด

เครือข่ายโรงพยาบาลจังหวัดอุดรธานี


โสพรรณ เรืองเจริญ

 

     ภาวะคลอดก่อนกำหนด เป็นภาวะแทรกซ้อนที่ทุกคนไม่ต้องการให้เกิดขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์  เพราะนอกจากจะส่งผลต่อภาวะสุขภาพของทารก ยังส่งผลต่อพ่อแม่ผู้เลี้ยงดูทั้งด้านเศรษฐกิจและภาวะจิตใจ ภาวะแทรกซ้อนที่เกิดขึ้นขณะตั้งครรภ์ รวมทั้งความกดดันทางด้านเศรษฐกิจ  สังคม  จิตใจล้วนเป็นปัจจัยที่ทำให้การตั้งครรภ์นั้นเสี่ยงต่อภาวะคลอดก่อนกำหนด การปฏิบัติตัวที่เหมาะสมของแม่  รวมทั้งการสนับสนุนของพ่อ  ครอบครัวและสังคม จะช่วยป้องกัน และสามารถลดอุบัติการณ์ของภาวะคลอดก่อนกำหนดในพื้นที่ให้ลดต่ำลง

บริบทของอำเภอหนองหาน จังหวัดอุดรธานี

     ในเขตอำเภอหนองหาน ซึ่งมีประชากรประมาณ 110,000 คน มีการคลอดเกิดขึ้นปีละ ประมาณ 1,000 ราย มีเครือข่ายการดูแลแม่และเด็กตั้งแต่ระดับอำเภอถึงโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) ศูนย์สุขภาพชุมชน (PCU) และชุมชน  มีการสื่อสารแนวคิด ติดตาม ควบคุมกำกับเครือข่ายจัดการทำงานผ่านระบบการประชุมผู้ปฏิบัติงานอย่างสม่ำเสมอผ่านสื่ออิเลคทรอนิคส์ และโทรศัพท์มือถือ มีเกณฑ์การประเมินความเสี่ยงหญิงตั้งครรภ์ที่เป็นแนวทางเดียวกันทั้งจังหวัด  เพื่อจัดอันดับกลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยง  กลุ่มหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่ำจะได้รับการดูแลที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.)  ศูนย์สุขภาพชุมชน (PCU) ส่งพบแพทย์ตามแนวทางการดูแลมีระบบการส่งต่อเมื่อพบภาวะเสี่ยง ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับการดูแล โดยสูติแพทย์ที่คลินิกครรภ์เสี่ยงสูงในโรงพยาบาลชุมชนทำให้มีการแบ่งระดับการให้ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์ตามความเสี่ยง หญิงตั้งครรภ์จะได้รับความรู้ผ่านกระบวนการโรงเรียนพ่อแม่ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์สุขภาพชุมชน ส่วนหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูงจะได้รับความรู้เพิ่มเติมผ่านกระบวนการโรงเรียนพ่อแม่ที่คลินิกครรภ์เสี่ยงสูงในโรงพยาบาลชุมชน

ความสำคัญของปัญหา

     ในเขตอำเภอหนองหาน จากฐานข้อมูลการคลอดซึ่งมีประมาณปีละ 1,000 ราย ในจำนวนนี้เป็นหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงต่ำมาก (very low risk)  ร้อยละ 55 ความเสี่ยงต่ำ (low risk) ร้อยละ 28 ความเสี่ยงสูง (high  risk) ร้อยละ 13 ความเสี่ยงสูงมาก (very high risk) ร้อยละ 4  พบภาวะคลอดก่อนกำหนดปี พ.ศ. 2555-2557 ร้อยละ 7.64,  8.98  และ 9.22 ตามลำดับ

    หญิงตั้งครรภ์ที่มีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดเป็นกลุ่มแม่ที่มีความเสี่ยงสูงร้อยละ 20  และเป็นกลุ่มแม่ที่ไม่มีความเสี่ยงใด ๆ ร้อยละ 80 ประวัติที่ต้องเฝ้าระวัง คือ รายที่มีประวัติเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด  หรือเคยมีประวัติคลอดก่อนกำหนด

     เมื่อให้ความสำคัญ และมีการจัดการเรียนรู้ให้กับหญิงตั้งครรภ์ สามี และครอบครัว ทำให้สามารถปฏิบัติตัวสังเกตอาการของการคลอดก่อนกำหนด สามารถมาพบเจ้าหน้าที่ที่โรงพยาบาล เมื่อปากมดลูกเปิดน้อยกว่าหรือเท่ากับ 2 เซนติเมตร ร้อยละ 82.98,  96.43  และ 100 และสามารถยับยั้งภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดสำเร็จ  ในปี พ.ศ.2555-2557 ร้อยละ 89.37,  93.62  และ 94.90 ตามลำดับ

คำนิยาม

  • คลอดก่อนกำหนด   หมายถึง  การคลอดที่มีอายุครรภ์น้อยกว่า 37 สัปดาห์
  • การสอนหญิงตั้งครรภ์  หมายถึง  การจัดการเรียนรู้ให้หญิงตั้งครรภ์รายบุคคล และรายกลุ่มผ่านกระบวนการโรงเรียนพ่อแม่  โดยอาศัยการมีส่วนร่วมของสามีและครอบครัว

การสอนหญิงตั้งครรภ์เพื่อป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด

แนวคิด

  1. สร้างความตระหนักต่อเจ้าหน้าที่
    - หญิงตั้งครรภ์ทุกคนมีโอกาสคลอดก่อนกำหนด
    - หญิงตั้งครรภ์มีความเสี่ยงสูงในทุกเรื่อง รวมทั้งความเครียดด้านจิตใจและสังคมที่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะคลอดก่อนกำหนด ดังนั้นการดูแลตามมาตรฐานของความเสี่ยงแต่ละชนิด จะช่วยลดภาวะคลอดก่อนกำหนด
  2. การสอนหญิงตั้งครรภ์ต้องทำในรูปเครือข่ายที่เชื่อมโยงเป็นแนวทางเดียวกันทั้งระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์สุขภาพชุมชน และคลินิกครรภ์เสี่ยงสูง โรงพยาบาลชุมชน และโรงพยาบาลจังหวัด/โรงพยาบาลศูนย์ โดยการสอนเป็นกลุ่ม และการสอนแบบรายกรณี (case management) ในหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงสูง

วัตถุประสงค์

     เพื่อให้หญิงตั้งครรภ์และครอบครัวได้รับทราบถึงความสำคัญของภาวะคลอดก่อนกำหนด การสังเกตอาการเริ่มต้นของภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด การดูแลตนเองเพื่อป้องกันภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด  และวิธีปฏิบัติตนเมื่อมีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด

วิธีดำเนินการ

  1. ปรับแนวคิดของเจ้าหน้าที่ผ่านการประชุมวิชาการ  และการประชุมประจำเดือน
    - ความสำคัญของภาวะคลอดก่อนกำหนด
    - หญิงตั้งครรภ์ทุกคนมีโอกาสคลอดก่อนกำหนด
    - ภาวะแทรกซ้อนทางสูติกรรมทุกชนิด ความเครียด ปัจจัยทางเศรษฐกิจและสังคม เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด
  2. โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์สุขภาพชุมชน และคลินิกครรภ์เสี่ยงสูงของโรงพยาบาลชุมชน จัดทำการประเมินปัจจัยเสี่ยงต่อการคลอดก่อนกำหนดในหญิงตั้งครรภ์ทุกราย และรวบรวมเป็นองค์ความรู้ เพื่อนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับบริบทของพื้นที่
  3. จัดกิจกรรมโรงเรียนพ่อแม่ให้หญิงตั้งครรภ์รายใหม่ทุกราย ที่โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ศูนย์สุขภาพชุมชน และในรายที่มีภาวะแทรกซ้อนที่คลินิกครรภ์เสี่ยงสูง โรงพยาบาลชุมชน
  4. จัดทำแผนการสอน
    การสอนหญิงตั้งครรภ์และครอบครัวมีวัตถุประสงค์ เพื่อให้กลุ่มเป้าหมายได้ทราบถึงความสำคัญ การเฝ้าสังเกตอาการและดูแลตนเองได้ถูกต้อง เพื่อป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนดใช้ระยะเวลา  1 ชั่วโมง แบ่งเป็น 6  ช่วงๆ ละ 10 นาที สรุปพอเป็นสังเขป ดังนี้
    4.1 ความสำคัญของภาวะคลอดก่อนกำหนด
    4.2 คำจำกัดความของการคลอดครบกำหนด และคลอดก่อนกำหนด
    4.3 ปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะคลอดก่อนกำหนด
    4.4 การปฏิบัติตนเพื่อป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด
    4.5 การประเมินการบีบรัดตัวของมดลูกและการเฝ้าระวังอาการคลอดก่อนกำหนด
    4.6 การปฏิบัติตัวเมื่อมีอาการเจ็บครรภ์คลอด

สรุปผลการดำเนินการ

     การสอนหญิงตั้งครรภ์ เพื่อป้องกันภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดเป็นสิ่งสำคัญที่เจ้าหน้าที่สาธารณสุขทุกคนควรให้ความสำคัญ  มีการดำเนินงานเป็นเครือข่ายที่มีความเชื่อมโยงกันในทุกระดับของสถานบริการสาธารณสุข โดยเริ่มจากแนวความคิดของความสำคัญของภาวะคลอดก่อนกำหนด หญิงตั้งครรภ์ทุกคนมีโอกาสที่คลอดก่อนกำหนด โดยเฉพาะรายที่มีความเสี่ยงจากทั้งภาวะแทรกซ้อนระหว่างการตั้งครรภ์  ภาวะเครียดด้านจิตใจ  ภาวะกดดันด้านเศรษฐกิจและสังคม  ควรให้ความรู้ต่อหญิงตั้งครรภ์  สามี  และครอบครัว  เพื่อการมีส่วนร่วมในการลดปัจจัยเสี่ยงต่อภาวะคลอดก่อนกำหนด