การส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ในชุมชน ผ่านระบบเครือข่าย จังหวัดอุดรธานี

การส่งเสริมสุขภาพหญิงตั้งครรภ์ในชุมชน ผ่านระบบเครือข่าย จังหวัดอุดรธานี


ธราธิป โคละทัต  จันทิมา จรัสทอง

 

ความเป็นมาของการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพ เพื่อป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด

     เมื่อเรามองเข้าไปในชุมชน จะพบประชาชนอยู่ร่วมกันเป็นหมู่บ้าน แต่ละหมู่บ้านประกอบไปด้วยกลุ่มของครอบครัว ปัญหาอนามัยแม่และเด็กที่พบได้บ่อยในหมู่บ้านหรือชุมชนปัจจุบัน เห็นจะหนีไม่พ้นปัญหาวัยรุ่นตั้งครรภ์ ทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อย และทารกเกิดก่อนกำหนด ซึ่งเป็นประเด็นสำคัญต่องานอนามัยแม่และเด็กในชุมชน และเมื่อเกิดปัญหาก็ควรมีการพัฒนางานที่เกี่ยวข้องกับการดูแลรักษาหญิงตั้งครรภ์  มารดา รวมทั้งทารกเกิดก่อนกำหนดแบบบูรณาการ

     ในช่วงปี พ.ศ. 2544 – 2548 สาเหตุสำคัญที่ทำให้ทารกขวบปีแรกของจังหวัดอุดรธานีเสียชีวิต คือ โรคหรือความผิดปกติของทารกอายุครรภ์ 28 สัปดาห์ - 7 วันแรกของชีวิต ที่สำคัญคือ ทารกเกิดก่อนกำหนด ในปี พ.ศ. 2549 – 2551  มีทารกเสียชีวิตจากการเกิดก่อนกำหนด 0.24, 0.31 และ 0.35 และอัตราทารกน้ำหนักต่ำกว่า 2,500 กรัม ร้อยละ 9.73,  8.17 และ 8.89 ต่อพันการเกิดมีชีพ ในปี พ.ศ. 2551 ได้วิเคราะห์สาเหตุของทารกน้ำหนักน้อยในจังหวัดอุดรธานี พบว่า ส่วนใหญ่มีน้ำหนัก 2,001 – 2,499 กรัม (ร้อยละ 86.7) และพบทารกเกิดก่อนกำหนดสูงถึง ร้อยละ 41.6 ดังนั้น ในปี พ.ศ. 2551 โรงพยาบาลอุดรธานีจึงได้เข้ามาร่วมดำเนินงานโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ พร้อมกับโรงพยาบาลขอนแก่น โรงพยาบาลมหาสารคาม โรงพยาบาลหนองคาย และโรงพยาบาลศรีนครินทร์ เนื่องจากการคลอดก่อนกำหนดมีจำนวนเพิ่มขึ้น  ส่งผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายของโรงพยาบาล ตัวแทนจากกลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม กลุ่มงานกุมารเวชกรรม และสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี จึงได้เข้าไปร่วมประชุมเพื่อจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์ และดำเนินงานโครงการตามลำดับ ดังนี้

  • สำรวจข้อมูลการดูแลสุขภาพมารดาและทารก ศักยภาพพื้นฐานของโรงพยาบาลในการให้บริการสุขภาพหญิงตั้งครรภ์และทารกเกิดก่อนกำหนด ตัวชี้วัดและการดำเนินงานของแต่ละโรงพยาบาลในจังหวัดต่าง ๆ
  • ประชุมจัดเตรียมข้อมูลโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ เพื่อนำเสนอในการประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการดำเนินงานระดับจังหวัด
  • ประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการดำเนินงานระดับจังหวัด เพื่อวิเคราะห์ช่องว่างตามแผนที่ยุทธศาสตร์และตัวชี้วัด ณ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล กรุงเทพฯ
  • ประชุมเชิงปฏิบัติการคณะกรรมการดำเนินงานระดับจังหวัด เพื่อสรุปการพัฒนาแผนที่ยุทธศาศาตร์ในเขตพื้นที่ การกำหนดตัวชี้วัด การวิเคราะห์และค่าเป้าหมาย และการสรุปแผนที่ยุทธศาสตร์
  • ประชุมพิจารณาคัดเลือกแผนงานโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ

     ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุมเมื่อวันที่ 17 ธันวาคม 2551 โรงพยาบาลนำร่องของพื้นที่เขตตรวจราชการสาธารณสุข 10, 12 ได้คัดเลือกและจัดทำโครงการที่ตอบสนองต่อเป้าประสงค์ซึ่งถูกระบุในแผนที่ยุทธศาสตร์โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯทุกโครงการยกเว้นโครงการเพื่อรับรองมาตรฐานการให้บริการโครงการพัฒนาคุณภาพงานอนามัยแม่และเด็กและโครงการรณรรงค์จัดหางบประมาณ

ลักษณะทั่วไปของจังหวัดอุดรธานี

     จังหวัดอุดรธานี เป็นจังหวัดที่มี 20 อำเภอ 155 ตำบล 1,880 หมู่บ้าน  มีสถานพยาบาลในสังกัดสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี คือ โรงพยาบาลอุดรธานี ขนาด 806 เตียง โรงพยาบาลชุมชน  18 แห่ง มี 2 อำเภอที่ไม่มีโรงพยาบาลชุมชน แบ่งเป็นโรงพยาบาลชุมชน ขนาด 100 เตียง จำนวน 1 แห่ง ขนาด 90 เตียง จำนวน 4 แห่ง ขนาด 60 เตียง จำนวน 2 แห่ง ขนาด 30 เตียง จำนวน 11 แห่ง  และขนาด 10 เตียง จำนวน 1 แห่ง มีโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลทั้งหมด 209 แห่ง นอกจากนี้ยังมีโรงพยาบาลค่ายประจักษ์ศิลปาคม ขนาด 200 เตียง โรงพยาบาลกองบิน 23 ขนาด 30 เตียง และสถานบริการสาธารณสุขภาครัฐ สังกัดกระทรวงสาธารณสุข ได้แก่ ศูนย์วิทยาศาสตร์การแพทย์  ศูนย์บำบัดรักษายาเสพติด 60 เตียง และศูนย์มะเร็ง ขนาด 91 เตียง

ภาพที่ 1   แผนที่จังหวัดอุดรธานี

จังหวัดอุดรธานี ได้จัดแบ่งพื้นที่เป็นโซนสำหรับการดำเนินงาน 6 พื้นที่ ดังนี้

กระบวนการบริหารยุทธศาสตร์ในจังหวัดอุดรธานี

     ในระยะเริ่มแรก ยังมิได้นำแผนที่ยุทธศาสตร์มาบริหารเครือข่ายทั้งจังหวัด ได้มีการแต่งตั้งคณะกรรมการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก เพื่อครอบครัวของเด็กและเยาวชนไทยฯ จังหวัดอุดรธานี เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2552  เพื่อทำหน้าที่วิเคราะห์สถานการณ์งานอนามัยแม่และเด็ก ปัญหาการคลอดก่อนกำหนด จัดทำแผนการพัฒนาความรู้และทักษะ พัฒนาระบบบริการ พัฒนาระบบข้อมูลและสารสนเทศ และส่งเสริมและสนับสนุนความเข้มแข็งชุมชนแกนนำ อสม. กำหนดมาตรฐาน พัฒนาระบบบริหาร บริการวิชาการ ประเมินผล รับรองตามมาตรฐานงาน รวมทั้งนิเทศ ติดตาม ควบคุม กำกับ และประเมินผลการดำเนินงานให้บรรลุตามวัตถุประสงค์

     แต่เริ่มต้นในโรงพยาบาลอุดรธานี นายแพทย์ถวัลย์ สายวัฒน์  หัวหน้ากลุ่มงานสูตินรีเวชกรรม    ผู้ริเริ่มโครงการคนหนึ่ง เล่าให้ฟังว่า เมื่อเดือนมีนาคม พ.ศ. 2552 ได้เริ่มพัฒนาเครือข่ายระบบส่งต่อร่วมกับเครือข่ายของจังหวัดอื่นเป็นลำดับแรก จนถึงเดือนสิงหาคม พ.ศ. 2552 ได้จัดทำคู่มือแนวทาง รวมทั้งการส่งต่อสตรีตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง และทารกเกิดก่อนกำหนดภายในและระหว่างเครือข่าย จัดฝึกอบรมสูติแพทย์ แพทย์ พยาบาลจากคลินิกฝากครรภ์ ห้องคลอด หลังคลอด เรื่องระบบการส่งต่อ   ผู้คลอดความเสี่ยงสูง และทารกเกิดก่อนกำหนด และนำมาปฏิบัติภายในจังหวัดอุดรธานี โดยกำหนดให้โรงพยาบาลชุมชน ขนาด 90 เตียง 4 แห่งเป็นแม่ข่าย ได้แก่  โรงพยาบาลชุมชนหนองหาน  โรงพยาบาลชุมชนกุมภวาปี โรงพยาบาลชุมชนเพ็ญ โรงพยาบาลชุมชนบ้านผือ ได้พัฒนาแบบฟอร์มการส่งต่อใช้เหมือนกันทั้งจังหวัด มีการบันทึกข้อมูลเพื่อประเมินการปฏิบัติตามแนวทางที่กำหนด แบบ two – way communication และให้ข้อมูลป้อนกลับในเวทีคณะกรรมการอนามัยแม่และเด็กของจังหวัดอุดรธานี    มีท่านนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดเป็นประธาน นายแพทย์สมิต  ประสันนาการ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เป็นรองประธาน และมีนายแพทย์ถวัลย์ สายวัฒน์ เป็นเลขานุการ

     สำหรับการขับเคลื่อนในสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี  นายแพทย์สมิต ประสันนาการ รองนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด เล่าว่า ปลายปีงบประมาณ 2552 ถึง ต้นปีงบประมาณ 2553 สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ได้ดำเนินงานโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯอย่างจริงจัง  โดยพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กต่อเนื่องมาจากโครงการลูกเกิดรอดแม่ปลอดภัย และการแก้ไขปัญหาทารกน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม โดยมีแนวคิดว่าการแก้ไขปัญหาการคลอดก่อนกำหนดเป็นส่วนหนึ่งของปัญหาทารกน้ำหนักน้อยกว่า 2,500 กรัม และใช้รูปแบบการแก้ไขที่เรียกว่า hospital-based แต่เมื่อในปี พ.ศ. 2552  นายแพทย์นิทัศน์ รายยวา ผู้ตรวจราชการ เขตตรวจราชการสาธารณสุขที่ 10  ได้เข้ามารับตำแหน่ง ท่านเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านชุมชน จึงเสนอแนวคิดของการป้องกันในรูปแบบ community-based  โดยมองการพัฒนาที่ระดับโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล ครอบครัว และชุมชนเป็นหลัก และจัดระบบบริหารจัดการเพื่อพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กให้กระจายไปในโซนต่างๆ

การจัดการปัญหาภาวะคลอดก่อนกำหนด และทารกน้ำหนักน้อยในชุมชน

ภาพที่ 2   นายแพทย์สัญชัย ปิยพงษ์กุล นายแพทย์ สสจ.อุดรธานี

 

     นายแพทย์สัญชัย ปิยพงษ์กุล (ภาพที่ 2) นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ได้ให้แนวคิดที่สำคัญแก่ทีมเราว่า การดำเนินงานในโครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อพัฒนาต้นทุนชีวิตของเด็ก ทารกเกิดก่อนกำหนดก็คือโจทย์หนึ่งของปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในชุมชน เช่น ยาเสพติด ปัญหาติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ เช่น เอดส์ การตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ ปัญหาการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น จังหวัดอุดรธานีได้กำหนดนโยบาย และขั้นตอนสำคัญของการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กขั้นพื้นฐานไว้ ดังนี้

1.   นโยบายของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด  

     ให้ความสำคัญต่อการพัฒนางานทุกด้าน เช่น คน เงิน ของ เพื่อการบริหารโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  ส่งเสริมและสนับสนุนความเข้มแข็งของชุมชน  แกนนำ อสม.โดยแต่งตั้งคณะทำงานเพื่อแก้ไขปัญหาคลอดก่อนกำหนด และทารกแรกเกิดน้ำหนักน้อยในระดับอำเภอ โดยเชิญผู้บริหารและผู้รับผิดชอบทุกภาคส่วนมาร่วมเป็นคณะทำงาน จัดประชุมเพื่อจัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์ ระดับอำเภอ  ตำบล และจัดเวทีประชาคมขึ้นในพื้นที่เป้าหมายทุกตำบล เพื่อให้ประชาชน และ อปท. มีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหา และกำหนดจุดมุ่งหมายที่ต้องการให้งานแล้วเสร็จภายใน 5 ปี ในมิติต่างๆ เช่น  มุมมองประชาชน  มุมมองภาคี  มุมมองกระบวนการ  มุมมองพื้นฐาน  ดังแสดงในแผนภูมิที่ 1

แผนภูมิที่ 1  แผนที่ยุทธศาสตร์ และจุดหมายปลายทาง ภายหลังดำเนินงาน 5 ปี

 

สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดอุดรธานี ได้สนับสนุนให้เกิดสัมฤทธิ์ผลในมุมมองต่อไปนี้

  1. อัตรากำลังบุคลากร ได้ประเมินอัตรากำลังของพยาบาลวิชาชีพ โดยตั้งเป้าหมายให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลมีพยาบาลวิชาชีพ 1 คนต่อโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล 1 แห่ง (ทั้งหมด 209 แห่ง) ในปัจจุบันยังขาดอยู่เพียง 1 แห่ง ที่ยังไม่มีพยาบาลวิชาชีพ
  2. ฝึกอบรมและให้ความรู้แก่บุคลากร อย่างน้อย 3 ครั้งต่อปี รวมทั้ง ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนความรู้ผ่านเวปไซต์ของสำนักงานสาธารณสุขจังหวัด
  3. สนับสนุนงบประมาณ ไม่น้อยกว่า 600,000 บาท ต่อโรงพยาบาล เพื่อให้เพียงพอต่อการดำเนินงานในชุมชน
  4. จัดหาเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ด้านอนามัยแม่และเด็กให้โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลอย่างเพียงพอ
  5. จัดทำและพัฒนาระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (Geographic Information System, GIS)  เพื่อเฝ้าติดตามหญิงตั้งครรภ์ และกำหนดคลอด

     นอกจากนี้คณะกรรมการระดับจังหวัดยังได้ทำการวิเคราะห์ กำหนดเกณฑ์มาตรฐาน ระบบติดตามนิเทศ และประเมินผลอย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งจัดเวทีตลาดนัดสุขภาพเพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ในช่วงปลายปี เพื่อให้สมาชิก อสม. ได้เรียนรู้  มีความคิดต่อยอดเพื่อนำไปพัฒนางานในพื้นที่ของตนเอง ดังตัวอย่างแสดงในภาพที่ 3 เมื่อหญิงตั้งครรภ์ทราบอายุครรภ์ของตนเอง และหมุนวงล้อช่วงอายุครรภ์   ให้สีในทั้ง 2 วงกลมอยู่ตรงกัน หญิงตั้งครรภ์ก็จะเรียนรู้วิธีปฏิบัติตนเองในระยะต่างๆ ของการตั้งครรภ์ เจ็บครรภ์

ภาพที่ 3   วงล้อการดูแลตนเองของหญิงตั้งครรภ์ ศูนย์สุขภาพชุมชนชาววัง อำเภอวังสามหมอ จังหวัดอุดรธานี