ระบบสารสนเทศ และการประเมินผลการดำเนินงาน

ระบบสารสนเทศ และการประเมินผลการดำเนินงาน


ธราธิป โคละทัต  จันทิมา จรัสทอง  โฆษิต ลำไย  รัฐพล พินธุ

 

     แผนกลยุทธ์จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อหน่วยงาน  ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติจะต้องนำสารสนเทศ(information) จากการวิเคราะห์ผลการดำเนินงานมากำหนดแผนงาน และทำการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง คณะกรรมการดำเนินงานโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก ในพระอุปถัมภ์ฯ ได้นำสารสนเทศ  มาใช้ให้เป็นประโยชน์  3 ด้าน1  ส่วนแรกคือ การนำมาใช้วัดผล (measurement) ส่วนที่สอง คือ การนำไปปรับเปลี่ยนแผนกลยุทธ์สู่การปฏิบัติ (strategic implementation) และส่วนสุดท้าย คือ การนำไปใช้ในการบริหารจัดการโครงการ ฯ (strategic management)

     การวัดผล เป็นกระบวนการนำข้อมูลมาคัดกรอง ประมวลผล พร้อมกับตีค่าความหมายด้วย  การวิเคราะห์โดยใช้เกณฑ์ หรือ มาตรฐาน ผลลัพธ์ที่ได้จากการวิเคราะห์  คือ สารสนเทศซึ่งเป็นผลลัพธ์  ขั้นสุดท้ายของการวัดผล หากสามารถกำหนดตัวชี้วัดจากแนวคิดที่เป็นระบบ (systematic thinking)  จะช่วยทำให้ทุกคนมองเห็นภาพรวมของโครงการฯ เป็นภาพเดียวกันไม่ใช่มองแยกส่วน จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการบริหารงานเชิงคุณภาพ1 ระหว่างการจัดทำโครงการฯอย่างเป็นรูปธรรม

การออกแบบระบบ การวัด และวิเคราะห์ผล

    การวัดและวิเคราะห์ผลเป็นกระบวนการที่ทำเป็นวงจรควบคู่ไปกับการวางแผนและการปรับปรุงคุณภาพงาน เพื่อให้บรรลุเป้าประสงค์ คณะกรรมการดำเนินงานได้ทำการพัฒนาระบบสารสนเทศ โดยเริ่มต้นที่การวิเคราะห์ความต้องการ (need analysis)  ทั้งหมด 6 ด้าน คือ ผลลัพธ์สุขภาพ กระบวนการทำงาน คุณภาพการบริการ การบริหารจัดการ และความเชื่อมโยงของสถานพยาบาล สมรรถนะ และการจัดการเชิงกลยุทธ์  (ตารางที่ 1)  นอกจากนั้น ยังมองไปถึงผลลัพธ์ที่ต้องการนำไปใช้ในงานบริการ และการทำวิจัยในอนาคตอีกด้วย  การดำเนินงานขั้นต่อไป คือ การออกแบบระบบ และกำหนดตัวแบบ (system design and analysis framework) ซึ่งประกอบด้วย  2 ส่วน คือ ตัวแบบ และการเก็บข้อมูล

     การเลือกตัวแบบ เป็นการนำตัวชี้วัดผลเชิงผลลัพธ์ของโครงการต่างๆ ที่ถูกระบุไว้ในแผนที่ยุทธศาสตร์มาจัดทำเป็นแบบฟอร์มเพื่อใช้จัดเก็บข้อมูล และในอนาคต เพื่อให้สามารถเทียบเคียงผลการรักษากับประเทศที่มีการดำเนินงานในรูปแบบเครือข่ายสุขภาพ จึงนำตัวแปรไปเปรียบเทียบกับ ตัวแปรในฐานข้อมูล Vermont Oxford ประเทศสหรัฐอเมริกา โครงการจัดทำระบบเวชระเบียนทารกแรกเกิด ประเทศมาเลเซีย และเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกประเทศแคนาดา

ตารางที่ 1   วัตถุประสงค์ที่ต้องการประเมินผลจำแนกตามมุมมองในแผนที่ยุทธศาสตร์

     โดยผ่านการตรวจสอบและความเห็นชอบจากกุมารแพทย์สาขาทารกแรกเกิด (Neonatologist) ของสังกัดต่างๆ จำนวน 15 ท่าน ชุดตัวแปรที่จัดทำขึ้นจะช่วยสะท้อนให้เห็นคุณภาพของการดูแลรักษาทารกเกิดก่อนกำหนดของประเทศ  เมื่อสถานพยาบาลแต่ละแห่งนำตัวชี้วัดผลสำเร็จไปเทียบเคียงกับผลการดำเนินงานของสถานพยาบาลภายในประเทศและต่างประเทศ  จะช่วยสนับสนุนให้มีการพัฒนาระบบดูแลรักษาสตรีเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด และทารกเกิดก่อนกำหนดของสถานพยาบาลนั้นๆอย่างต่อเนื่อง  ยิ่งไปกว่านั้นสถานพยาบาลที่มีศักยภาพอาจนำไปใช้พัฒนางานชนิดก้าวกระโดด ส่งผลให้ผลลัพธ์การดำเนินงานหรือตัวชี้วัดผลสำเร็จ (KPI) อยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับสถานพยาบาลของประเทศที่พัฒนา (developing country) เป็นการยกระดับมาตรฐานการดูแลสตรีตั้งครรภ์และทารกแรกเกิดของประเทศสู่มาตรฐานสากลอีกด้วย

     การจัดเก็บข้อมูล เป็นการกำหนดรายละเอียดในการวัดหรือจัดเก็บข้อมูล คณะกรรมการดำเนินงานได้จัดทำแบบฟอร์มจัดเก็บข้อมูล (Case Record Form, CRF) และกำหนดวิธีและรายละเอียดของการจัดเก็บข้อมูล เช่น คำจำกัดความ กลุ่มเป้าหมาย สูตรคำนวณ วิธีจัดเก็บข้อมูล แหล่งที่มาของข้อมูล รวมทั้งผู้รับผิดชอบ  หลังจากนั้นได้นำไปทดลองใช้และนำมาปรับให้เหมาะสมอีกครั้งก่อนนำไปใช้จริง หลังจากนั้น ได้นำมาจัดทำเป็นต้นแบบของการพัฒนาเป็นระบบสารสนเทศในระยะต่อไป

การพัฒนาระบบสารสนเทศ

     การพัฒนาโปรแกรมคอมพิวเตอร์เพื่อใช้ในการจัดเก็บข้อมูลการคลอดก่อนกำหนดได้รับการสนับสนุนจาก ดร.นายแพทย์ธงชัย ตรีวิบูลย์วณิชย์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลสุรินทร์ ทีมพัฒนาแบบฟอร์มการจัดเก็บข้อมูลได้ร่วมพัฒนาไปกับโปรแกรมเมอร์ของโรงพยาบาลสุรินทร์ โปรแกรมสารสนเทศ Mother and Child  ซึ่งใช้จัดเก็บข้อมูลของโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ บนฐานข้อมูล My SQL โดยใช้ภาษา  Delphi ในการเขียนโปรแกรม  ประกอบด้วย Module ภาวะสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์  ภาวะสุขภาพสตรีตั้งครรภ์ขณะคลอด ภาวะสุขภาพทารกในห้องคลอดภาวะสุขภาพทารกเกิดก่อนกำหนด ภาวะสุขภาพทารกแรกเกิดภายหลังจำหน่าย และ Module การส่งหญิงตั้งครรภ์และทารก  แรกเกิดไปรับการรักษาต่อ ดังแสดงเป็นตัวอย่างในภาพที่ 1 และภาพที่  2

ภาพที่ 1 ภาพหน้าจอประเมินสุขภาพของสตรีตั้งครรรภ์

 

ภาพที่ 2 ภาพหน้าจอประเมินภาวะสุขภาพของสตรีขณะคลอด

 

     เมื่อการพัฒนาฐานข้อมูลแล้วเสร็จ จะมีการนำข้อมูลของสถานพยาบาล หรือ หน่วยงานต่างๆ  เช่น โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล/ ศูนย์บริการสาธารณสุข  โรงพยาบาลระดับต่างๆ เข้าสู่ฐานข้อมูล เพื่อให้เกิดความปลอดภัยของฐานข้อมูลจะมีการกำหนดสิทธิ์ผู้นำเข้า-แก้ไข-วิเคราะห์ในแต่ละระดับ คณะอนุกรรมการฝ่ายประเมินผลได้แบ่งระดับการบริหารจัดการข้อมูลเป็น 4 ระดับ คือ ระดับผู้บริหารโครงการฯ  ระดับเครือข่าย  ระดับจังหวัด และระดับสถานพยาบาล ข้อมูลทุกส่วนจะมีความเชื่อมโยงถึงกัน  ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติในพื้นที่เขตจะรับทราบผลการปฏิบัติงานจากข้อมูลชุดเดียวกันจึงเป็นปัจจัยที่ช่วยสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมในการบริหารงานสู่เป้าหมายเดียวกัน