การจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน เพื่อป้องกันและติดตามภาวะคลอดก่อนกำหนด

การจัดตั้งเครือข่ายอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน

เพื่อป้องกันและติดตามภาวะคลอดก่อนกำหนด


สุภิยา  โออุไร

 

บริบทงานอนามัยแม่และเด็ก จังหวัดนครศรีธรรมราช

     งานด้านอนามัยแม่และเด็กของจังหวัดนครศรีธรรมราชได้รับการดำเนินงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยทีมระดับจังหวัด ประกอบด้วยโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดและศูนย์อนามัยที่ 11 และพบว่าสถานการณ์ภาวะสุขภาพแม่และเด็กดีขึ้นเป็นลำดับเมื่อเปรียบเทียบในระดับประเทศ แต่ยังพบอัตราคลอดก่อนกำหนดในปี พ.ศ.2550 พ.ศ.2551 ปีพ.ศ. 2552 ร้อยละ 12.89 ร้อยละ 12.43  และร้อยละ  12.22  ตามลำดับ ในอัตราที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของประเทศ ทีมงานจึงเริ่มพัฒนางานแบบบูรณาการ ทั้งจังหวัดในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช โรงพยาบาลชุมชน โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล และเครือข่ายแม่อาสา ในส่วนของสตรีตั้งครรภ์ได้พัฒนาทั้งองค์ความรู้และทักษะในการดูแลการตั้งครรภ์ให้กับบุคลากรในเรื่องการเฝ้าระวังภาวะครรภ์เสี่ยงและภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด ได้จัดทำแนวทางปฏิบัติที่ใช้ร่วมกันทั้งจังหวัดโดยครอบคลุมในเรื่อง แนวทางการตรวจคัดกรองภาวะครรภ์เสี่ยง แนวทางการส่งต่อสตรีตั้งครรภ์เสี่ยงระหว่างโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) โรงพยาบาลชุมชน (รพช.) และโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช การดูแลรักษาภาวะเจ็บครรภ์ก่อนกำหนด การยับยั้งภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชโดยใช้แนวทางการจัดการผู้ป่วยรายกรณี (case management) ผลการดำเนินงานพบว่า อัตราภาวะคลอดก่อนกำหนดในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช มีแนวโน้มลดลงจากเดิมร้อยละ 10.41  ในปี พ.ศ. 2553  เป็นร้อยละ 8.12 และร้อยละ 8.26 ในปีพ.ศ. 2554 และพ.ศ. 2555 ตามลำดับ ส่วนอัตราการคลอดก่อนกำหนดในโรงพยาบาลชุมชนเครือข่ายการดูแลสตรี  เจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดมีแนวโน้มลดต่ำลงจากร้อยละ  6.13  เป็นร้อยละ 5.94   และร้อยละ 5.44  ตามลำดับ

ประเด็นปัญหา

     จากการติดตามตัวชี้วัดของกลุ่มงานสูตินรีเวชกรรมในปี พ.ศ. 2555-2556 พบว่า แม้ว่าอัตราภาวะคลอดก่อนกำหนดจะเริ่มลดต่ำลงทั้งในระดับจังหวัดและในโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช แต่จากการพัฒนาคุณภาพเรื่องการป้องกันและรักษาภาวะคลอดก่อนกำหนดใน รพ.สต. รพช. และ รพศ. ของงานฝากครรภ์และงานห้องคลอด รวมทั้งงานหลังคลอดที่คอยเฝ้าระวังป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนดในครรภ์ต่อไป   ยังพบจำนวนสตรีที่คลอดบุตรก่อนกำหนดมีความรู้และทักษะการดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์เพียงร้อยละ 27.63 เนื่องจากส่วนใหญ่ (ร้อยละ 90-93) ได้รับการฝากครรภ์ในสถานพยาบาลอื่นๆ เช่น คลินิกเอกชน รพช. และ   รพ.สต. จึงพบปัญหาเรื่องการมารับการรักษาล่าช้าของสตรีตั้งครรภ์ที่มีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด แพทย์จึงไม่สามารถยับยั้งภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนดได้สำเร็จ หรือไม่สามารถให้ยาคอร์ติโคสเตียรอยด์เพื่อกระตุ้นเซลล์ปอดของทารกในครรภ์ให้สร้างสารลดแรงตึงผิวได้ครบตามเกณฑ์ นอกจากนี้ยังพบปัญหา ด้านโภชนาการ เช่น ภาวะซีด การฝากครรภ์ไม่ครบตามเกณฑ์มาตรฐาน ส่งผลให้ทารกมีภาวะขาดออกซิเจน (birth asphyxia)  น้ำหนักแรกเกิดน้อย (low birth weight)  ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อภาวะสุขภาพของทารก ทั้งในระยะสั้นและระยะยาวในอนาคต

     ในส่วนการให้บริการในคลินิกฝากครรภ์ของโรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราช จะมุ่งเน้นการให้บริการในกระบวนการตรวจครรภ์ แต่การให้ความรู้แก่สตรีตั้งครรภ์ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากสัดส่วนปริมาณงานระหว่างบุคลากรผู้ให้บริการและสตรีตั้งครรภ์ไม่เหมาะสมเป็นเหตุให้การรับรู้ข้อมูล ซึ่งนำไปสู่ความรู้ความเข้าใจของสตรีตั้งครรภ์และครอบครัวที่สามารถนำไปปฏิบัติใช้ไม่เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกระบวนการเรียนการสอนในโรงเรียนพ่อแม่ดังนั้นการพัฒนาระบบการให้ความรู้ที่มีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งที่ควรดำเนินการเพื่อลดปัญหาการคลอดก่อนกำหนดให้น้อยลงมากที่สุด

แนวทางการพัฒนา

     จังหวัดนครศรีธรรมราชได้เริ่มดำเนินงานเรื่องส่งเสริมสุขภาพมารดาและทารกมาต่อเนื่องตั้งแต่ปี พ.ศ. 2546  ในระยะแรก (พ.ศ. 2547-2548) ได้จัดทำเรื่องการส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ให้ครอบคลุมทั้งจังหวัด โดยทีมซึ่งประกอบด้วยบุคลากรสาธารณสุขและอาสาสมัครในชุมชนคือ “แม่อาสา” โดยทำการพัฒนาศักยภาพของประชาชนที่มีจิตอาสาซึ่งมีประสบการณ์ด้านการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ ต่อมาได้พัฒนาศักยภาพของทีมรวมทั้งกลุ่มแม่อาสาเพื่อให้สามารถดูแลและส่งเสริมสุขภาพสตรีตั้งครรภ์และทารกแรกเกิดได้จนถึงอายุ 5 ปี โดยได้เรียกแม่อาสากลุ่มนี้ว่า “แม่อาสาเชี่ยวชาญ” การพัฒนาศักยภาพของแม่อาสาเชี่ยวชาญได้เริ่มตั้งแต่ปี พ.ศ. 2550-2551 เป็นต้นมา  ในการทำงานของแม่อาสาซึ่งมีจิตอาสานั้น ได้ให้การส่งเสริมสุขภาพสตรีตั้งครรภ์โดยสนับสนุนให้มีการฝากครรภ์เร็ว  ติดตามให้ไปตามนัด  ให้ความรู้ด้านโภชนาการ  เฝ้าระวังครรภ์เสี่ยง ให้คำแนะนำเรื่องการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่ รวมไปถึงการแก้ไขปัญหาของหัวนมเริ่มตั้งแต่ตั้งครรภ์ โดยการเยี่ยมบ้านและเข้าช่วยเหลือเจ้าหน้าที่ในคลินิกฝากครรภ์ ในปี พ.ศ. 2552 โรงพยาบาลมหาราชนครศรีธรรมราชได้จัดทำโครงการเครือข่ายบริการตติยภูมิเฉพาะด้านทารกแรกเกิดที่ครอบคลุมทั้งจังหวัดจนถึง รพ.สต. และเครือข่ายแม่อาสา/อสม. โดยมุ่งเน้นในเรื่องการส่งเสริมสุขภาพทารกกลุ่มเสี่ยง แม่อาสาเหล่านี้จะสามารถช่วยให้การดำเนินงานมีความครอบคลุมทารกที่อยู่ในชุมชนมากขึ้น

     หลังจากปี พ.ศ. 2551 เป็นต้นมา จังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เข้าร่วมในโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก ในพระอุปถัมภ์ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ โดยได้ดำเนินงานในด้านการป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนดและดูแลรักษาทารกเกิดก่อนกำหนดไปพร้อมๆกัน การพัฒนางานส่วนนี้ให้ความสำคัญในเรื่องการพัฒนาศักยภาพของบุคลากรทุกระดับ และครอบคลุมถึงอาสาสมัครในชุมชน พัฒนากระบวนการทำงานและการจัดหาอุปกรณ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ นับได้ว่าการพัฒนางานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็กของจังหวัดนครศรีธรรมราชมีการดำเนินงานในรูปแบบเครือข่ายที่ครอบคลุมเริ่มตั้งแต่ระยะก่อนตั้งครรภ์ ระยะตั้งครรภ์  ระยะหลังคลอด และการส่งเสริมสุขภาพเด็กในระยะหลังคลอด จนได้ผลลัพธ์ที่ดีขึ้นเป็นลำดับ

     จากการพบปัญหาเรื่องการรับรู้ในสตรีตั้งครรภ์เกี่ยวกับการปฏิบัติตัวเมื่อมีภาวะเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด  การดูแลตนเองขณะตั้งครรภ์ที่ยังไม่เหมาะสมรวมทั้งภาวะทุโภชนาการ  ในปี พ.ศ. 2555-2556  จึงได้เริ่มทำการสอนสตรีตั้งครรภ์ในโรงเรียนพ่อแม่ โดยให้ความรู้เรื่องภาวะคลอดก่อนกำหนด การส่งเสริมสุขภาพของสตรีตั้งครรภ์ที่มีภาวะครรภ์เสี่ยง โดยเริ่มจาก รพศ. รพช. ไปสู่ รพ.สต.  และขยายผลการดำเนินงานไปให้  กลุ่มแม่อาสา หรืออาสาสมัครหมู่บ้าน (อสม.) ให้มีความรู้ความเข้าใจมากพอที่จะนำไปแนะนำสตรีตั้งครรภ์ในชุมชนให้เข้ามารับบริการที่โรงพยาบาลทันเวลาเมื่อมีอาการเจ็บครรภ์คลอดก่อนกำหนด ซึ่งจะนำไปสู่การยับยั้งการคลอดก่อนกำหนดที่ได้รับผลสำเร็จสูง และการดูแลสุขภาพในทุกมิติ เพื่อให้ทารกในครรภ์และมารดาปลอดภัย มีภาวะแทรกซ้อนน้อยที่สุด โดยมีการดำเนินการเป็นลำดับ ดังนี้

  1. ให้ความรู้และฝึกทักษะ ในโครงการฝึกอบรมและพัฒนาศักยภาพของแม่อาสา /อสม.
  2. ฝึกทักษะแม่อาสาในขณะการช่วยปฏิบัติงานที่คลินิกฝากครรภ์ใน รพ.สต.
  3. จัดทำคู่มือการดำเนินงานส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็กสำหรับแม่อาสา
  4. ติดตามเยี่ยมแม่อาสา/อสม. โดยเจ้าหน้าที่จากโรงพยาบาลทั้ง รพศ. และ รพช. ในการพัฒนาศักยภาพของอาสาสมัครนั้น ดำเนินการโดยทีมวิทยากรทั้งในระดับจังหวัดระดับอำเภอ

ผลการดำเนินการ

     จากการพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ทำให้เกิดเครือข่ายชุมชนในการเฝ้าระวังและป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนดโดยอาสาสมัครในชุมชน พบว่า เครือข่ายอสม./แม่อาสามีลักษณะสำคัญคือ มีจิตอาสา มีความรู้และทักษะในการส่งเสริมสุขภาพสตรีตั้งครรภ์  แม่หลังคลอด  ทารกแรกเกิด – 5 ปี  รวมทั้งทารกกลุ่มเสี่ยง ซึ่งได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดและติดตามอย่างต่อเนื่อง  อาสาสมัครสามารถทำงานทั้งในชุมชน  คลินิกฝากครรภ์ และคลินิกสุขภาพเด็กดี โดยการควบคุมกำกับของบุคลากรสาธารณสุขในชุมชนนั้นๆ เช่น รพ.สต.  รพช.พบว่าในปี พ.ศ. 2557 (ตค. 56 - มีค. 57) จังหวัดนครศรีธรรมราชมีอัตราการคลอดก่อนกำหนดในเครือข่ายชุมชนลดลงเหลือเพียง ร้อยละ 5.8 แสดงให้เห็นว่าการพัฒนาแบบครอบคลุม มีการบูรณาการทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง  และให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการดูแลสุขภาพตนเอง จะทำให้ปัญหาต่างๆ ได้รับการแก้ไขตรงประเด็น  และกระบวนการแก้ปัญหามีความยั่งยืน

ปัจจัยแห่งความสำเร็จ

  1. มีคณะกรรมการดำเนินงานการส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็กที่เข้มแข็ง  มีการเชื่อมโยงการทำงานในด้านต่างๆ หรือ เป็นทีมเดียวกันทั้งด้านงานฝากครรภ์ งานส่งเสริมการเลี้ยงลูกด้วยนมแม่  งานทารกแรกเกิด  และการส่งเสริมสุขภาพเด็ก  ซึ่งจะส่งผลให้เกิดการบูรณาการงานในทิศทางเดียวกัน
  2. แม่อาสา/ อสม.มีความพร้อม และมีจำนวนเพียงพอต่อการส่งเสริมสุขภาพของประชาชนกลุ่มเป้าหมายในชุมชน   มีความรู้และทักษะครอบคลุมทุกด้านทั้งด้านแม่และเด็ก ทำให้การดำเนินงานมีความเชื่อมโยง ทำงานด้วยความเข้าใจ และมีความเชี่ยวชาญ
  3. มีนโยบายการดำเนินงานด้านส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็ก  โดยกำหนดทิศทางชัดเจนว่าต้องการพัฒนางานในรูปแบบเครือข่าย เพื่อให้มีการเชื่อมโยงการบริหารจัดการ ตั้งแต่โรงพยาบาลศูนย์  โรงพยาบาลชุมชนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล  จนถึงในชุมชน
  4. ผู้บริหารให้การสนับสนุนการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก การทำงานจึงมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  5. การพัฒนาศักยภาพของบุคลากรสาธารณสุขให้ครอบคลุมงานทุกด้าน  ทุกระดับ อย่างต่อเนื่อง
  6. การพัฒนางานด้านต่างๆ ทำอย่างต่อเนื่องพร้อมกับสร้างความเชื่อมโยง ทำให้ผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ เกิดการเรียนรู้และมีการต่อยอดงาน นำไปสู่การทำงานที่ไม่ยุ่งยากจนเกิดการต่อต้านจากผู้ปฏิบัติงานทุกระดับ

โอกาสพัฒนา

     การขยายการพัฒนาศักยภาพแม่อาสา/อสม.  ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น เพื่อจะได้ดูแลและส่งเสริมสุขภาพแม่และเด็กในชุมชนให้ครอบคลุมและยั่งยืนมากขึ้น

บทสรุป

     การพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กนั้น จะช่วยให้เด็กไทยมีโอกาสได้รับการพัฒนาเริ่มตั้งแต่อยู่ในครรภ์มารดาจนถึงระยะคลอด และยังได้รับการส่งเสริมสุขภาพต่อเนื่อง ในการนี้จำเป็นต้องได้รับความร่วมมือจากพ่อแม่/ ครอบครัว/ ชุมชน โดยเฉพาะอาสาสมัครในชุมชน  องค์กรส่วนท้องถิ่นต่างๆ และสาธารณสุข  การดำเนินงานดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้เด็กไทยมีการเจริญเติบโตที่แข็งแรงสมบูรณ์ มีพัฒนาการสมวัยเต็มศักยภาพเป็นอนาคตของประเทศชาติ ต่อไป