การพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก : บทเรียนจากจังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส

การพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก : บทเรียนจากจังหวัดปัตตานี และจังหวัดนราธิวาส


เจ๊ะอิดเร๊ะ ดือเระ  อมรา ดือเระ  

สุรัสวดี ศุภธราธาร  ฉวีวรรณ ศีลวัฒนพันธ์

 

     จังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาสเป็น 2 ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ของประเทศไทยที่มีวัฒนธรรมแตกต่างจากพื้นที่อื่น  ร้อยละ 80-90 ของประชากรนับถือศาสนาอิสลาม  ทำให้มีประเพณี ความคิด ความเชื่อ และวิถีชีวิตเป็นไปตามหลักการของศาสนา  ส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ขาดการศึกษาระดับสูง ปิระมิดประชากรอยู่ในวัยเจริญพันธุ์มากที่สุด การประกอบอาชีพของประชาชน ได้แก่ ทำสวน ประมง เลี้ยงสัตว์และรับจ้าง โดยเฉพาะการไปรับจ้างทำงานที่ประเทศมาเลเซียเนื่องจากได้รับค่าตอบแทนที่สูงกว่าทำให้เกิดปัญหาเรื่องการติดตามฝากครรภ์  เมื่อคลอดบุตรก็ไม่มีโอกาสเลี้ยงดูจำเป็นต้องฝากบุตรไว้กับญาติ  แต่งงานอายุน้อย  และยังมีข้อจำกัดในเรื่องการคุมกำเนิด  ทำให้พบอัตราการตั้งครรภ์ในวัยรุ่นสูงถึงร้อยละ 8-10  พบการตั้งครรภ์มากกว่า  4  ครั้งสูง  มารดาอายุมาก  และพบการตั้งครรภ์ที่มีภาวะเสี่ยงสูงถึงร้อยละ  20  ของการตั้งครรภ์ทั้งหมด  นอกจากนี้ยังพบปัญหาภาวะซีดในหญิงตั้งครรภ์  การฝากครรภ์ช้า/ไม่ครบตามเกณฑ์  การคลอดที่บ้าน  หรือคลอดกับโต๊ะบีแด (หมอตำแย) อัตราการเสียชีวิตจากการคลอดสูงถึง 30- 50 ต่อแสนการเกิดมีชีพ  อัตราคลอดก่อนกำหนดสูงถึง  ร้อยละ  9-10 เป็นผลให้อัตราการเสียชีวิตใน  28  วันแรกของทารกเกิดก่อนกำหนดสูงถึง  50-60 ต่อพันการเกิดมีชีพ  และโรงพยาบาลต้องเสียค่าใช้จ่ายสำหรับการดูแลทารกน้ำหนักต่ำกว่า 2,000  กรัม  มากกว่า  3-5  แสนบาท ต่อคน

     ด้วยความตระหนักถึงปัญหางานอนามัยแม่และเด็ก  จึงเป็นจุดเน้นของการพัฒนาของโรงพยาบาลปัตตานีและโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์  โดยมีประเด็นคุณภาพที่สำคัญ  ได้แก่  การเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดและการคลอดก่อนกำหนด  อุปสรรคในการให้บริการงานอนามัยแม่และเด็กก็ยังเป็นปัญหา ตั้งแต่โครงสร้างของโรงพยาบาลแม่ข่าย ครุภัณฑ์ทางการแพทย์ ขาดแคลนบุคลากร ความรู้ และทักษะของบุคลากรที่ยังไม่เพียงพอ  ทำให้มีปัญหาในการดูแลมารดาและทารก  โดยเฉพาะรายที่มีภาวะแทรกซ้อนประกอบกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ยังคงมีอยู่อย่างต่อเนื่อง  ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2547  ส่งผลในเรื่องของความปลอดภัย  โดยเฉพาะการเดินทาง  การรับส่งต่อผู้ป่วย  การตัดสินใจในการดูแลผู้ป่วย  รวมทั้งความเครียด  ขวัญและกำลังใจของประชาชนและเจ้าหน้าที่  ดังนั้นการเข้าร่วมโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกในพระอุปถัมภ์ฯ  ถือเป็นโครงการที่มีคุณค่าและมีบทบาทโดยตรงใน  การแก้ไขปัญหาการดูแลมารดาและทารก  จึงได้ร่วมกับคณะทำงานทั้งเครือข่ายแต่ละจังหวัด  จัดทำแผนที่ยุทธศาสตร์  และดำเนินการพัฒนาการดูแลสุขภาพมารดาและทารก โดยมีเป้าหมายให้สตรีตั้งครรภ์และทารกในครรภ์มีสุขภาพดีขึ้น ลดอุบัติการณ์ภาวะคลอดก่อนกำหนด สร้างความปลอดภัยในการส่งต่อ ลดภาวะแทรกซ้อนจากการคลอด  และภาวะแทรกซ้อนในทารกแรกเกิด  โดยทำงานทั้งเชิงรุกและเชิงรับ  ตั้งแต่เดือน เมษายน  2554 เป็นต้นมา  โดยเริ่มจากการวิเคราะห์และสะท้อนปัญหาร่วมกัน กำหนดเป้าหมายและเส้นทางยุทธศาสตร์ที่ชัดเจน เกิดการวางแผนการพัฒนาที่เป็นรูปธรรมและปฏิบัติได้อย่างเข้าใจและทั่วถึงทั้งเครือข่าย สอดคล้องกับวิถีชีวิต หลักการทางศาสนา และเป็นไปตามมาตรฐานวิชาชีพ

     การดำเนินงานโครงการเครือข่ายฯ ได้ทำการจัดตั้งเครือข่ายสถานพยาบาลทั้งจังหวัด  โดยในจังหวัดปัตตานีได้จัดตั้ง Node 4 แห่ง คือ โรงพยาบาลโคกโพธิ์  โรงพยาบาลยะรัง  โรงพยาบาลยะหริ่ง และโรงพยาบาลสมเด็จพระยุพราชสายบุรี ส่วนในจังหวัดนราธิวาส โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์เป็นโรงพยาบาลแม่ข่ายของจังหวัด และมอบหมายให้โรงพยาบาลสุไหงโกลกดูแลเครือข่ายโรงพยาบาลชุมชน  3  แห่ง  การดำเนินงานมีการเชื่อมโยงกันทั้งเชิงรับและเชิงรุก  ทั้งงานป้องกันสร้างเสริมสุขภาพตั้งแต่ชุมชน  โรงเรียนและครอบครัว โรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพระดับตำบล  อาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน  แม่อาสา   มีการให้ความรู้ก่อนสมรสร่วมกับคณะกรรมการอิสลามประจำจังหวัด  ให้ความรู้  ค้นหา  ตรวจคัดกรองสตรีตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง  ในด้านเชิงรับได้ทำการพัฒนาศักยภาพบุคลากรให้ได้รับการฝึกอบรมเฉพาะทางด้านการพยาบาลทารกแรกเกิดวิกฤต เป็นแหล่งให้การบริการวิชาการในเรื่องการฝึกอบรมและฝึกปฏิบัติเรื่องการดูแลทารกแรกเกิดให้กับโรงพยาบาลชุมชนรองรับการดูแลรักษาทารกแรกเกิดและการส่งกลับ จัดทำแนวทางการดูแลมารดาที่มีภาวะเจ็บครรภ์ก่อนกำหนดและการดูแลทารกคลอดก่อนกำหนด  แนวทางการส่งต่อและประเมินผล  ปรับปรุงโครงสร้างและขยายเตียงในหออภิบาลทารกแรกเกิด จัดหาครุภัณฑ์ทางการแพทย์ให้เพียงพอ จนไม่พบการส่งต่อทารกแรกเกิดออกนอกพื้นที่ เนื่องจากการขาดแคลนเครื่องช่วยหายใจ ในส่วนเครือข่ายจังหวัดนราธิวาสได้จัดตั้ง รพ.สต.ต้นแบบ คือ รพ.สต.โคกเคียน  ซึ่งมีการทำงานที่โดดเด่นในงานอนามัยแม่และเด็ก  ได้แก่  การแก้ไขปัญหาหญิงตั้งครรภ์ให้มาฝากครรภ์เร็วขึ้นและครอบคลุมทุกราย มาฝากครรภ์ครบตามเกณฑ์ โดยการจัดทำโครงการต่าง ๆ เช่น  การ์ดเชิญค้นหา  early  ANC  ทำให้อัตรา early  ANC  เพิ่มขึ้นจากร้อยละ 78 เป็นร้อยละ  89  โครงการเครือข่าย อสม. เชี่ยวชาญงานอนามัยแม่และเด็กเพื่อค้นหาหญิงตั้งครรภ์  แนะนำให้มาฝากครรภ์ตามกำหนด โดยมีการรายงานความคืบหน้า  ประสานติดตามให้มาฝากครรภ์ตามกำหนด  โครงการ ANC  at  home  บริการ  ANC  ถึงบ้าน  โดยเฉพาะในหญิงวัยรุ่นตั้งครรภ์ไม่พึงประสงค์ เช่น  ตั้งครรภ์โดยยังไม่เข้าพิธีนิกะฮ์ (การแต่งงานตามหลักการศาสนาอิสลาม) จะไม่กล้ามาฝากครรภ์ที่สถานพยาบาล หลังจากเข้าสู่พิธีนิกะฮ์ก็ให้มาฝากครรภ์ที่สถานพยาบาลตามปกติ  จัดทำแผนการดูแลหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงโดยมีสูติแพทย์ให้บริการที่  รพ.สต. สัปดาห์ละครั้ง  ทำให้เพิ่มการเข้าถึงการบริการและลดความแออัดในโรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์  เพิ่มความปลอดภัยของหญิงตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยง  การดูแลที่เข้าถึงประชาชนเหล่านี้ทำให้ความเชื่อที่ไม่ถูกต้องได้รับการแก้ไขให้ดีขึ้น  เช่น  ความเชื่อเรื่องการไม่รับประทานยาบำรุง หรือ ธาตุเหล็กเพราะ  จะทำให้บุตรตัวโตคลอดยาก  การฝากท้องระยะแรกจะทำให้เกิดการแท้ง  ไม่รับประทานฟักทองหรือมะละกอเพราะเชื่อว่าเป็นอาหารเย็นทำให้มีอาการชัก  เป็นต้น

     ในภาพของเครือข่ายได้จัดทำนวตกรรมใหม่ ๆ ได้แก่  “บันทึกน้อย” พัฒนาระบบการค้นข้อมูล  สตรีตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยงสู่ชุมชน  “เครื่องมือยึดตรึงทารก” “โลงศพ” ทารกเกิดก่อนกำหนดเพื่อช่วยเหลือ  ด้านจิตใจของครอบครัว  “หมอน  30  องศา” เพื่อป้องกันการสำลักนม “อุปกรณ์ให้ความอบอุ่น” ทารก   รูปปลา  “หมอนรอง” ขณะทำการตรวจ NST  “ตุ๊กตาไม้ช่วยพยาบาล” อุ่นไอรัก  ฯลฯ  สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากการทำงานภายใต้แผนยุทธศาสตร์ของโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ  และมีการจัดประชุมติดตามงาน เพื่อนำผลการดำเนินงานมาวิเคราะห์และปรับปรุงตามอย่างสม่ำเสมอ  เป็นผลให้อัตราคลอดก่อนกำหนดลดลงเหลือ ร้อยละ 8 และอัตราการเสียชีวิตของทารกเกิดก่อนกำหนดใน  28  วัน ลดลงเหลือ 45 ต่อพัน การเกิดมีชีพ

     ปัจจัยความสำเร็จของการทำงานของโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ คือ ทีมงานและความตั้งใจ โดยได้รับคำปรึกษาจาก ศาสตราจารย์คลินิก นายแพทย์ธราธิป  โคละทัต และอาจารย์จันทิมา  จรัสทอง การทำงานเป็นทีมที่มีความเข้าใจถึงสาเหตุของปัญหาและมีความตั้งใจมุ่งมั่นที่จะแก้ปัญหาโดยใช้ข้อมูลพื้นฐานและบริบทของตนเองเป็นที่ตั้ง  การวิเคราะห์ปัญหาและหาแนวทางแก้ไขโดยการประชุมปรึกษาหารือกันอย่างสม่ำเสมอ  และมีเป้าหมายแห่งผลสำเร็จเป็นตัวชี้วัด  และมุ่งเน้นการทำงานในรูปแบบเครือข่ายที่มีการพัฒนาพร้อมกันในทุกด้าน ช่วยทำให้ปัญหาได้รับการแก้ไข แม้จะทำงานภายใต้สภาวะแวดล้อมที่ยากลำบาก  แต่โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ  ได้พิสูจน์ให้เห็นว่าทุกปัญหาสามารถแก้ไขได้  ขอให้มีความตั้งใจจริง

     ปัญหาสถานการณ์ความไม่สงบที่ยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง  การเข้าถึงบริการที่ล่าช้า  การโยกย้ายและเปลี่ยนงานของผู้รับผิดชอบ  องค์ความรู้และทักษะของบุคลากร ตลอดจนความพร้อมของสถานบริการแต่ละแห่ง ยังคงเป็นปัญหาและอุปสรรคในการทำงาน  ดังนั้น เป้าหมายในการดำเนินการเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด คือ การพัฒนาเครือข่ายบริการโดยระบบพี่เลี้ยง  การสร้างระบบกำกับนิเทศติดตาม  ประเมินผลการพัฒนา  รวมทั้งการสร้างแกนนำเครือข่ายชุมชนให้ครอบคลุมทุกกลุ่มเป้าหมาย  การขยายผลในทุกพื้นที่เพื่อการพัฒนาที่ต่อเนื่องและยั่งยืน  จะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อสตรีตั้งครรภ์และทารกแรกเกิดของจังหวัดปัตตานีและจังหวัดนราธิวาสในอนาคต