ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกระดับจังหวัด

ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกระดับจังหวัด


ธราธิป โคละทัต  จันทิมา จรัสทอง

 

     ปีเตอร์ เอฟ ดรักเกอร์ ผู้เชี่ยวชาญทางด้านการจัดการ กล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงทั้งภายในและภายนอกองค์กรจะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากปราศจากการบริหารจัดการที่ดี “การจัดการที่มีประสิทธิภาพ เป็นทรัพยากรหลักของประเทศที่พัฒนาแล้ว และเป็นทรัพยากรที่ประเทศกำลังพัฒนาต้องการมากที่สุด” ระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพเกิดจากหลายปัจจัย เช่น นโยบาย ทรัพยากร ระบบติดต่อสื่อสาร รวมทั้งพฤติกรรมการบริหารงาน จากการดำเนินงานที่ผ่านมาพบว่า ปัจจัยสำคัญที่มีผลต่อความสำเร็จ   ในการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกระดับจังหวัดของพื้นที่เขตตรวจราชการสาธารณสุขต่างๆ  สรุปพอเป็นสังเขป ดังนี้

1. นโยบายการดำเนินงาน: ความสำคัญของแผนที่ยุทธศาสตร์

     จากการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในช่วงเวลาที่ผ่านมา พบว่า สมาชิกของโครงการฯ ส่วนใหญ่  ยังคุ้นเคยกับการทำงานโดยวิธีกำหนดโครงการแล้วนำมาพัฒนางานทันที แม้ว่าวิธีนี้จะทำได้รวดเร็วหากได้รับงบประมาณสนับสนุน แต่หากโครงการที่จัดทำขึ้นนั้นเป็นเพียงกิจกรรมย่อยๆ ในภาพรวม  เมื่อเสร็จสิ้นการดำเนินงานจะเห็นเพียงผลสำเร็จของโครงการเท่านั้น หรือ หากเป็นโครงการที่มีเป้าประสงค์ไม่ตรงกับแผนที่ยุทธศาสตร์ ปัญหาซึ่งหน่วยงานต้องการแก้ไขอาจจะยังคงอยู่  การจัดทำโครงการในลักษณะดังกล่าวนอกจากจะไม่สามารถแก้ปัญหาของหน่วยงานแล้ว ยังเป็นการใช้งบประมาณที่ไม่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล ทำให้เสียเวลาโดยไม่เกิดประโยชน์ เพื่อเป็นการแก้ปัญหาได้ตรงประเด็น สถานพยาบาลที่มาเข้าร่วมงานในเครือข่ายฯ จึงควรมีความรู้และความเข้าใจในเรื่องแผนกลยุทธ์และแผนที่ยุทธศาสตร์ของโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ เพราะนอกจากจะช่วยให้สามารถแก้ไขปัญหาได้ตรงประเด็นและรวดเร็ว ยังช่วยให้บุคลากรและสถานพยาบาลทุกระดับในพื้นที่ของจังหวัดนั้นๆ  สามารถมองเห็นภาพรวมของการพัฒนางานซึ่งมีความเชื่อมโยงในทุกระดับ ยังช่วยให้การดำเนินงานของหน่วยงาน ที่เกี่ยวข้องเกิดขึ้นในทิศทางเดียวกัน นอกจากนี้ ยังช่วยให้การขอสนับสนุนจากผู้บริหารสามารถทำได้รวดเร็วอีกด้วย

2. วัฒนธรรมองค์กร

     วัฒนธรรมองค์กร หมายถึง ค่านิยมร่วม ความเชื่อ บรรทัดฐาน ความคาดหวัง และข้อสันนิษฐานที่เชื่อมบุคคลและระบบเข้าด้วยกัน วัฒนธรรมจะช่วยทำให้บุคคลเกิดความเป็นเอกลักษณ์ทำให้เกิดคำมั่นสัญญา มีความริเริ่ม-สร้างสรรค์ และสื่อสารระหว่างกัน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำหรับความมั่นคง การควบคุมและการจัดวางทิศทางการทำงาน วัฒนธรรมองค์กรจะช่วยเอื้อให้สมาชิกได้ปรับตัว และผนวกสภาพแวดล้อมทั้งภายนอกและภายในเข้าด้วยกัน จากประสบการณ์ที่ได้รับในช่วงเวลาที่ผ่านมาพบว่าสถานพยาบาลที่เข้ามาร่วมพัฒนางานในโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ มีประวัติศาสตร์ของการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็ก ตลอดจนวิธีการทำงานที่แตกต่างกัน บุคลากรในสถานพยาบาลของจังหวัดซึ่งมีวัฒนธรรมองค์กรที่ดี จะพัฒนางานไปได้อย่างรวดเร็วและมั่นคง การสร้างทีมงานด้วยวัฒนธรรมองค์กรที่ดีจึงเป็นพื้นฐานสำคัญที่ควรจัดทำเป็นลำดับแรก แม้ว่าจะต้องใช้ระยะเวลานานกว่าจะเห็นผลสำเร็จก็ตาม ด้วยความสำคัญของวัฒนธรรมองค์กร คณะทำงานโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ จึงพยายามสร้างวัฒนธรรมของการพัฒนาโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ  โดยสนับสนุนให้ผู้เกี่ยวข้องในงานอนามัยแม่และเด็ก หรือ ทีมสหสาขาวิชาชีพซึ่งประกอบด้วย สูติแพทย์ กุมารแพทย์ พยาบาล เภสัชกร และนักวิชาการสาธารณสุข ฯลฯ เข้ามาร่วมกำหนดแผนงาน หรือ ที่เรียกว่าการจัดทำแผนยุทธศาสตร์ตั้งแต่เริ่มต้น ทีมได้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และรับทราบขีดความสามารถ รวมทั้งข้อจำกัดของกันและกัน การพัฒนางานภายใต้กรอบ หรือบริบทของแต่ละจังหวัดที่มีทรัพยากรต่างกันจึงประสบผลสำเร็จ เมื่อเกิดผลสำเร็จระดับหนึ่ง การขยายผลเข้าไปในพื้นที่ของจังหวัดใกล้เคียง หรือ ระดับกลุ่มจังหวัดที่เรียกว่าเครือข่ายพวงบริการน่าจะเห็นผลสำเร็จได้ไม่ยากมากนัก

3. โครงสร้างของคณะทำงานในพื้นที่

     ปัจจุบันการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กของจังหวัดต่างๆ อยู่ภายใต้การดำเนินงานของ MCH Board หากคณะกรรมการ MCH Board มีความเข้าใจในวัตถุประสงค์ วิธีการพัฒนางาน และแผนงานของคณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการพัฒนางานอนามัยแม่และเด็กอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากการพัฒนางานเพื่อแก้ปัญหาภาวะคลอดก่อนกำหนดถือว่าเป็นการพัฒนางานที่ต่อยอดจากงานอนามัยแม่และเด็ก  แต่หากคณะกรรมการ MCH Board  ของพื้นที่ใดมีภาระงานมาก จึงควรแต่งตั้งคณะอนุกรรมการเข้าไปดำเนินงาน ในการดำเนินงานของคณะกรรมการอำนวยการโครงการเครืข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ คณะกรรมการอำนวยการโครงการฯจึงกำหนดให้มีประธานคณะอนุกรรมการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกแรกเกิดระดับพื้นที่เขต ซึ่งทำหน้าที่เป็นผู้บริหารจัดการโครงการฯ คณะอนุกรรมการชุดนี้ควรมีอิสระในการทำงาน โดยมีขอบเขตให้น้อยที่สุด มีความเป็นกลาง และรักษาผลประโยชน์ของผู้ป่วยและส่วนรวมเป็นสำคัญ และควรดำเนินงานภายใต้  การกำกับดูแลและสนับสนุนของนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดและผู้อำนวยการโรงพยาบาล เป็นสำคัญ

4. การบริหารจัดการ

     ทีมงาน เป็นปัจจัยสำคัญที่กำหนดความสำเร็จของโครงการฯ ประเด็นที่สำคัญ คือ ความพยายาม การประสานงาน และการร่วมแรงร่วมใจของทีมงานทุกคน การบริหารจัดการโดยให้สหวิชาชีพ และบุคลากรจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกระดับเข้ามามีส่วนร่วมตั้งแต่เริ่มดำเนินการ การสื่อสารแนวราบที่เชื่อมโยงด้วยอุดมการณ์ วิสัยทัศน์ และเป้าหมายร่วมกันอย่างสม่ำเสมอ มีความสำคัญมาก รวมทั้งการจัดให้มีเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหว่างสถานพยาบาลทุกระดับภายในเครือข่าย จะช่วยสนับสนุนให้เกิดการมีส่วนร่วมและพัฒนางานบริการในรูปแบบเครือข่ายเพื่อแก้ไขปัญหาภาวะคลอดก่อนกำหนดอย่างต่อเนื่อง เมื่อสถานพยาบาลเข้าไปเริ่มทำโครงการ หรือ กิจกรรมในพื้นที่ ควรแต่งตั้งผู้รับผิดชอบเพื่อทำหน้าที่บันทึก จัดเก็บข้อมูล และติดตามตัวชี้วัดผลสำเร็จ เพื่อนำข้อมูลมาวิเคราะห์     และนำไปพัฒนางานอย่างต่อเนื่อง ในอนาคตอันใกล้ระบบสารสนเทศจะเป็นเครื่องมือสำคัญที่คณะกรรมการอำนวยการโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก ในพระอุปถัมภ์ฯ จะนำมาใช้ในการบริหารจัดการโครงการฯ โดยเฉพาะด้านการติดต่อสื่อสารระหว่างสมาชิกภายในเครือข่าย การส่งผ่านข้อมูลข่าวสารไปให้ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่ รวมทั้งการจัดทำระบบรายงานผลปฏิบัติงานระดับจังหวัดและเขตตรวจราชการสาธารณสุข

รูปแบบเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกที่พึงประสงค์

     คุณลักษณะที่ต้องการของเครือข่ายระดับพื้นที่ คือ “เครือข่ายแห่งการเรียนรู้” โดยที่สมาชิกสามารถขยายศักยภาพในการสร้างผลลัพธ์ตามที่ตนเอง หรือ องค์การต้องการอย่างต่อเนื่อง เกิดการเรียนรู้ร่วมกัน เกิดบรรยากาศความไว้วางใจ (trust) มีสัมพันธภาพ (relationship) ที่ดี มีการยอมรับซึ่งกันและกัน (acceptance) มีความสอดคล้องและกลมกลืน (synergy) ตลอดจนสามารถสร้างผลลัพธ์ที่นำมาซึ่งความสำเร็จ โดยที่ปัจจัยและความสำเร็จเกิดจากการพัฒนาความรู้ที่จำเป็นของทีมงานอย่างต่อเนื่อง Stephen P Robbins และ Mary Coulter   กล่าวว่า  เครือข่ายที่มีลักษณะเหมือนองค์กรแห่งการเรียนรู้จะทำให้บุคลากรมีการพัฒนาด้านความสามารถในการเรียนรู้ สามารถปรับตัวให้เข้ากับการเปลี่ยนแปลงขององค์กรตลอดเวลา จากนั้นจะมีการจัดการองค์ความรู้ด้วยการค้นคว้าศึกษา และถ่ายทอดความรู้ใหม่ๆไปให้ผู้อื่นอย่างต่อเนื่อง มีความเต็มใจที่จะประยุกต์ความรู้ไปใช้ในการตัดสินใจและปฏิบัติงาน  หากเครือข่ายแห่งการเรียนรู้ของประเทศเพิ่มจำนวนมากขึ้น นอกจากจะช่วยทำให้คุณภาพของการดูแลสุขภาพมารดาและทารกไทยดีขึ้นแล้ว สมรรถนะของบุคคลทางสาธารณสุขจะเพิ่มขึ้นด้วย “เครือข่ายแห่งการเรียนรู้” ยังช่วยลดข้อจำกัดที่เกิดจากสายการบังคับบัญชาและวิธีปฏิบัติที่แตกต่างต่างกัน อุดมการณ์ ความเห็นชอบร่วมกันในวิธีการดำเนินงาน ความสมัครใจรวมทั้งความเพียรพยายาม ความวิริยะและอุตสาหะของสมาชิกของสถานพยาบาลทุกระดับที่เข้ามาร่วมขับเคลื่อนเป็นเครือข่ายจะมีส่วนผลักดันให้การจัดตั้งเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกของประเทศไทยประสบผลสำเร็จในระยะเวลาอันใกล้

     แม้ว่าโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯจะเป็นเพียงโครงการที่จัดตั้งขึ้นมาแก้ไขปัญหาภาวะคลอดก่อนกำหนด แต่การปฏิรูปเชิงระบบที่เกิดขึ้นจะส่งผลดีต่อการดูแลมารดาและทารกแรกเกิดทั่วประเทศ  ทารกไทยจะมีต้นทุนสำหรับการดำรงชีวิตสูงขึ้น นอกจากนี้ การดูแลแบบองค์รวม (holistic care) จากชุมชน สังคม ครอบครัว และสหสาขาวิชาชีพทุกฝ่าย จะเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความรักความผูกพัน ความเข้มแข็งภายในครอบครัว ร่างกายที่แข็งแรง จิตใจ อารมณ์ สังคม และจิตวิญญาณที่สมบูรณ์จะเป็นต้นทุนชีวิตให้เด็กไทยสำหรับการเจริญเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่เป็นกำลังสำคัญของประเทศชาติในอนาคต