ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก : ระดับนโยบายและการบริหารจัดการ

ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก :

ระดับนโยบายและการบริหารจัดการ


วสิษฐ์ พรหมบุตร  สุวรรณ เหรียญเสาวภาคย์

 

    ในการจัดการองค์กร  ผู้นำองค์กรและคณะผู้บริหารต่างให้ความสนใจและมุ่งเน้นการนำองค์กรอย่างมีคุณภาพ โดยพยายามให้ความสำคัญกับการบูรณาการ การบริหารจัดการ รวมทั้งการผนึกพลัง ประสานความร่วมมือระหว่างกัน  เพื่อตอบสนองต่อความท้าทายที่นับวันจะทวีความรุนแรงมากขึ้น ประเด็นสำคัญที่จะทำให้การผนึกพลังระหว่างองค์กรดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิผล คือ การกำหนด   ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญ สิ่งที่ทำให้การกำหนดผู้มีส่วนได้ส่วนเสียมีความชัดเจนคือระบบงาน ( work system) โดยรวมขององค์กร ภารกิจ และบทบาทขององค์กรในระบบงานนั้น

    โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ ในฐานะของหน่วยงานที่เป็นภาคี เครือข่ายความร่วมมือในการพัฒนาในเชิงรุกได้ถูกพัฒนาขึ้นโดยมีเป้าประสงค์ปั้นปลาย (ultimate goal) ครอบคลุมถึงการพัฒนาคุณภาพชีวิตของกลุ่มเป้าหมายทั้งมารดา ทารก เยาวชน และมีวัตถุประสงค์ (objective) รวมทั้งระบบงาน ที่ครอบคลุมทั้งด้านการส่งเสริม ป้องกัน รักษา ฟื้นฟูสุขภาพของมารดา ทารก เยาวชน และการสร้างความร่วมมือกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญในภาคประชาสังคมในวงกว้าง ซึ่งจะเห็นได้จากการพัฒนาเครือข่ายอย่างต่อเนื่อง การมีส่วนร่วมและการพัฒนาที่ขยายวงกว้างครอบคลุม  ทั้งในประเทศไทย และเริ่มมีบทบาทในการเผยแพร่แนวทางการส่งเสริมการพัฒนาเครือข่ายไปในประเทศเพื่อนบ้าน โดยการพัฒนาในประเทศไทยนั้นการพัฒนาเริ่มจากในระดับของโรงพยาบาล  ทุกระดับสู่นอกโรงพยาบาล และเริ่มขยายการพัฒนาไปสู่ภาคประชาชน ส่วนการพัฒนาในต่างประเทศนั้นได้เริ่มมีการประสานความร่วมมือ แลกเปลี่ยนองค์ความรู้กับภาคีเครือข่าย ซึ่งเป็นองค์การพัฒนาด้าน การสาธารณสุขระหว่างประเทศ

     การบริหารจัดการระบบงานโดยรวมของโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯให้เกิดประสิทธิผลและมีการพัฒนาระดับของความร่วมมือที่เกิดขึ้นอย่างเป็นรูปธรรมในมิติเชิงนโยบาย และการบริหารจัดการ ปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ ที่สำคัญ มีดังนี้

  1. ความเข้าใจระบบงานในภาพรวมของเครือข่าย และความชัดเจนในบทบาทของหน่วยงานต่างๆ ในเครือข่าย ในฐานะที่เป็นส่วนหนึ่งในกลไกของการประสาน-ขับเคลื่อนระบบงานของเครือข่าย ร่วมกับคู่ความร่วมมือ และแหล่งทรัพยากรอื่นๆ ภายนอกเครือข่าย เพื่อการพัฒนาการบริการที่มีคุณภาพ
  2. การพัฒนาความสามารถของหน่วยงานบนพื้นฐานสมรรถนะหลักเพื่อการต่อยอด หรือพัฒนาระบบงานของเครือข่ายให้มีความแข็งแกร่ง และมีคุณภาพด้านการบริหารจัดการในระดับที่สูงขึ้น
  3. การประสานการใช้ทรัพยากรร่วมกับคู่ความร่วมมือ ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรภายนอกเครือข่าย ซึ่งส่งเสริมให้การให้บริการมีคุณภาพมากขึ้น

      นอกจากปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ ที่เป็นประเด็น/ปัจจัยทั้ง 3 ประเด็น/ปัจจัยดังที่กล่าวมาข้างต้น ยังมีประเด็น/ปัจจัยที่สำคัญที่มีผลต่อการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ ในระดับนโยบายและการบริหารจัดการ คือ การบริหารผลการดำเนินงานด้วยระบบกลไกการสื่อสาร และสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อใช้ในการตัดสินใจ/บริหารจัดการทรัพยากร  และการสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเครือข่ายเกิดความตระหนัก เข้าใจ และมีส่วนร่วมขับเคลื่อน ผลักดันการดำเนินงานของเครือข่ายให้มีคุณภาพของการบริหารจัดการในระดับที่สูงขึ้น

      เครือข่ายที่มีระดับของคุณภาพของการบริหารจัดการในระดับที่สูงขึ้น มีการใช้ระบบกลไกการสื่อสาร และสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้กระบวนการ หรือ วงจรการบริหารงานทั้ง 3 วงจร  ได้แก่วงจรการบริหารยุทธศาสตร์ วงจรการบริหารการดำเนินงาน วงจรการเรียนรู้เชิงยุทธศาสตร์ (แผนภูมิที่ 1) โดยมีประเด็นสำคัญที่มุ่งเน้น ดังนี้

  1. วงจรการบริหารยุทธศาสตร์ เป็นวงจรสำคัญวงจรแรกที่ต้องนำมาใช้ โดยเฉพาะในขั้นตอนของการพัฒนา การกำหนดยุทธศาสตร์ และการกำหนดประเด็นสำคัญเชิงยุทธศาสตร์โดยคำนึงถึงบริบทหรือสภาพแวดล้อมที่เกิดขึ้น และแปลงยุทธศาสตร์เป็นภาพแผนที่ยุทธศาสตร์ ดัชนีชี้วัด หรือตัวชี้วัด การจัดทำแผนการดำเนินงาน และจัดสรรงบประมาณ หรือ ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์
  2. วงจรการบริหารการดำเนินงาน เป็นวงจรสำคัญวงจรที่สองที่ต้องนำมาใช้ในระยะของการปฏิบัติตามแผนยุทธศาสตร์ ซึ่งต้องมีความเกี่ยวโยงกับการปฏิบัติตามแผนงานและแผนปฏิบัติการ เชิงยุทธศาสตร์ ซึ่งเมื่อมีการนำแผนงานและแผนปฏิบัติการไปสู่การปฏิบัติแล้ว ต้องมีการจัดเก็บเป็นสารสนเทศเกี่ยวกับผลการดำเนินงาน ซึ่งมักแสดงผลในรูปแบบของค่าดัชนีชี้วัด หรือตัวชี้วัด ซึ่งบุคลากรทั้งผู้บริหาร ระดับกลาง รวมทั้งผู้บริหารระดับสูง ต้องนำมาใช้ในการประชุมทบทวนผล  การดำเนินงาน เพื่อตัดสินใจปรับเปลี่ยนการบริหารกระบวนการจัดการองค์กรและหน่วยงาน แผนงานรวมทั้งแผนปฏิบัติการเชิงยุทธศาสตร์  ภายใต้งบประมาณ หรือ ทรัพยากรเชิงยุทธศาสตร์ที่มีอยู่ให้เกิดประโยชน์สูงสุด
  3. วงจรเรียนรู้เชิงยุทธศาสตร์ เป็นวงจรสำคัญวงจรที่สามที่ต้องนำมาใช้เมื่อมีการรายงานผลการดำเนินงานตามตัวชี้วัด ซึ่งมีการกำหนดไว้เป็นรายปี รายไตรมาส หรือ รายเดือน วงจรการเรียนรู้เป็นวงจรของการสื่อสาร ติดตาม และรายงานผลการดำเนินงาน ที่มีความเกี่ยวโยงกับวงจรการบริหารยุทธศาสตร์ และวงจรการบริหารการดำเนินงาน โดยที่ความเกี่ยวโยงกับวงจรการบริหารการดำเนินงาน    จะเกิดจากการนำสารสนเทศ ซึ่งมักแสดงผลในรูปแบบของค่าดัชนีชี้วัด หรือตัวชี้วัด มาทำการวิเคราะห์    หาข้อสรุปเกี่ยวกับประเด็นร่วม ประเด็นเร่งด่วน แนวคิดใหม่ แผนงานที่ได้มีการดำเนินการไปแล้ว  เพื่อนำไปเป็นข้อมูลป้อนกลับในการประชุมทบทวนแผนยุทธศาสตร์ ในวงจรการบริหารยุทธศาสตร์ เพื่อปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ ผลผลิต กลยุทธ์ แผนงาน รวมทั้งกิจกรรมการดำเนินงานหลัก หรือ รายการต่างๆ ให้เหมาะสมกับบริบท หรือ สภาพแวดล้อม ในขณะเดียวกันต้องมีการทดสอบถึงความสัมพันธ์เชิงเหตุ-ผลของแผนที่ยุทธศาสตร์ที่ถูกพัฒนาขึ้น  ประเด็นร่วม ประเด็นเร่งด่วน แนวคิดใหม่ แผนงานที่ได้มีการดำเนินการไปแล้ว สำหรับใช้ในการการประชุมทดสอบ/ปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์ เพื่อกำหนดเป็นนโยบาย หรือกำหนดประเด็นเร่งด่วนในอนาคตภายใต้บริบท หรือสภาพแวดล้อมที่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งภายในและภายนอกองค์กรเห็นพ้องร่วมกัน ทั้งนี้เพื่อสร้างศรัทธา ระดมความคิดเห็น สร้างแนวร่วม  เพื่อผลักดันการนำยุทธศาสตร์ไปสู่การปฏิบัติดำเนินการอย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลในระดับที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ภาพที่ 1 ระบบกลไกการสื่อสาร และสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์ภายใต้กระบวนการหรือวงจรการบริหารทั้ง 3 วงจร

 

     หากกล่าวโดยสรุปถึงปัจจัยที่มีผลต่อการพัฒนาเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ  โดยเฉพาะในระดับนโยบายและการบริหารจัดการ ประกอบไปด้วย การที่ผู้นำและผู้บริหารขององค์กรทุกองค์กร  ในเครือข่ายได้มีส่วนร่วมในการวิเคราะห์ วางแผน และพัฒนาแผนที่ยุทธศาสตร์ ควบคู่ไปกับการพัฒนาระบบงาน (work system) ของเครือข่าย และการกำหนดภารกิจและบทบาทของหน่วยงานในฐานะที่เป็นกลไกสำคัญในระบบงาน รวมทั้งการพัฒนาความสามารถของหน่วยงานบนพื้นฐานสมรรถนะหลักเพื่อการต่อยอด หรือพัฒนาความแข็งแกร่งของเครือข่ายให้อยู่ในระดับที่สูงขึ้น การประสานการใช้ทรัพยากรร่วมกับคู่ความร่วมมือ ตลอดจนผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทั้งหมด รวมทั้งการใช้ประโยชน์จากแหล่งทรัพยากรภายนอกเครือข่าย และการบริหารผลการดำเนินงานด้วยการใช้ระบบกลไกการสื่อสาร และสารสนเทศเชิงยุทธศาสตร์เพื่อการตัดสินใจ/บริหารจัดการทรัพยากรสื่อสารให้ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในเครือข่ายเกิดความตระหนัก เข้าใจ และมีส่วนร่วมขับเคลื่อน ผลักดันการดำเนินงานของเครือข่ายให้มีคุณภาพของการบริหารจัดการในระดับที่สูงขึ้น เพื่อให้การพัฒนาเครือข่ายประสบผลสำเร็จตามวิสัยทัศน์ ภารกิจ และยุทธศาสตร์ที่ได้กำหนดไว้