ตัวชี้วัดกับโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก

ตัวชี้วัดกับโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก


    ธราธิป โคละทัต  จันทิมา จรัสทอง
พิมล ศรีสุภาพ  วสิษฐ์ พรหมบุตร

 

     เครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ ได้เริ่มพัฒนากระบวนการจัดการเชิงกลยุทธ์ตั้งแต่ กรกฎาคม 2550 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบัน ได้มีการนำเป้าประสงค์มาขยายความ เพื่อจัดทำตัวชี้วัดความ สำเร็จที่สอดคล้องกับโครงการ (แผนภูมิที่ 1) เพื่อนำมาใช้ติดตามผลการปฏิบัติงาน การประเมินผลกระบวนการ และผลสำเร็จขององค์กร  ผลการประเมินจะถูกนำมาพิจารณา เพื่อปรับกลยุทธ์ของโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ ให้มีความเหมาะสมต่อไป

แผนภูมิที่ 1  ภาพรวมการวางแผนกลยุทธ์โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ

 

เครื่องมือวัดความสำเร็จของโครงการ

     Professor Robert Kaplan อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัย Harvard และ Dr.David Norton ที่ปรึกษาด้านการจัดการ ได้ศึกษาสาเหตุของการประสบปัญหาของตลาดหุ้นประเทศอเมริกา ในปี ค.ศ. 1987 และพบว่าองค์กรส่วนใหญ่นิยมวัดผลสำเร็จขององค์กรโดยใช้การเงินเป็นหลัก การวัดผลดังกล่าวมีข้อจำกัดหลายประการ เช่น การวัดผลแสดงให้เห็นเฉพาะสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต ไม่สามารถวัดปัจจัยภายนอกที่มีผลต่อองค์กร และไม่สามารถวัดสินทรัพย์ที่ไม่สามารถจับต้องได้ (intangible assets) ซึ่งส่งผลต่อการแข่งขันระยะยาว จึงได้เสนอแนวการประเมินผลองค์กร โดยแทนที่จะพิจารณาเฉพาะตัวชี้วัดด้านการเงิน (financial indicators) แต่เพียงอย่างเดียว ทั้งสองท่านเสนอว่า องค์กรควรใช้ระบบการวัดผลที่มีดุลยภาพ โดยจำแนกตัวชี้วัดเป็น 4 มุมมอง ที่เรียกว่า Balanced Scorecard ซึ่งประกอบด้วย มุมมองด้านการเงิน (financial perspective) มุมมองด้านลูกค้า (customer perspective) มุมมองด้านกระบวนการภายใน (internal process perspective) และมุมมองด้านการเรียนรู้และการพัฒนา (learning and growth perspective) แนวคิดดังกล่าวช่วยประเมินผลองค์กร และนำเสนอข้อมูลต่อผู้บริหาร ในมุมมองอื่นที่นอกเหนือจากมุมมองด้านการเงิน

     ปัจจุบัน Balanced Scorecard ไม่ใช่เป็นเพียงระบบการประเมินผลองค์กรเท่านั้น แต่เป็นเครื่องมือในการนำกลยุทธ์ไปปฏิบัติ นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องมือสำหรับการบริหารที่ทำให้องค์กรมุ่งเน้น และให้ความสำคัญกับกลยุทธ์มากขึ้น

 

แผนภูมิที่ 2  แผนที่ยุทธศาสตร์ (Balanced Scorecard)  โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ

 

     เช่นเดียวกับเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ ที่ได้นำความสัมพันธ์ระหว่างกลยุทธ์ด้านต่างๆ มานำเสนอเชิงเหตุผลในรูปของแผนที่กลยุทธ์ (strategy map) ทั้งในระดับมุมมอง และวัตถุประสงค์เชิงกลยุทธ์ โดยนำเป้าประสงค์มาขยายความ เพื่อสร้างตัวชี้วัดความสำเร็จ และกำหนดโครงการให้มีความสอดคล้องกับเป้าประสงค์ และตัวชี้วัด ดังแสดงในแผนภูมิที่ 2

หลักการและที่มาของตัวชี้วัดจำแนกตามเป้าประสงค์

     ตัวชี้วัด (Key Performance Indicator, KPI) เป็นดัชนีวัดผลการดำเนินงานซึ่งเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งของการจัดทำ Balanced Scorecard ตัวชี้วัดเป็นสิ่งที่ควบคู่กับระบบการประเมินผล เพราะจะสามารถบอกได้ว่าสิ่งที่วัดนั้นมีสถานะเช่นใด แต่เนื่องจากการแก้ไขปัญหาการคลอดก่อนกำหนดมีมุมมองทั้งหมด 7 ด้าน และมีเป้าประสงค์ทั้งหมด 14 ข้อ ดังนั้น  การกำหนดตัวชี้วัดจึงควรทำเฉพาะสิ่งสำคัญ และมีความสำคัญที่สุดต่อองค์กร

     การกำหนดตัวชี้วัดของเครือข่ายฯ มุ่งเน้นไปที่ตัวชี้วัดที่เป็นผล (lagging indicator) ซึ่งเป็นดัชนีบอกให้ทราบถึงผลลัพธ์เมื่อการดำเนินการแล้วเสร็จ มากกว่าตัวชี้วัดที่เป็นเหตุ (leading indicator)  ซึ่งเป็นดัชนีที่ชี้วัดกระบวนการ หรือกิจกรรมย่อยของโครงการ  การประเมินคุณภาพด้านผลลัพธ์ เป็นองค์ประกอบสำคัญ ผลลัพธ์ทางด้านลบ เช่น การเสียชีวิต อัตราการเจ็บป่วย สะท้อนถึงการตอบสนองต่อความต้องการพื้นฐานขั้นต่ำ แต่ผลลัพธ์ที่ดีจะต้องตอบสนองกับตัวชี้วัดคุณภาพที่มีประสิทธิภาพ เช่น อัตราการติดเชื้อในกระแสเลือด อัตราการเกิดโรคปอดเรื้อรัง ระยะเวลาการรักษาด้วยเครื่องช่วยหายใจ และระยะเวลาวันนอนเป็นต้น   เพื่อให้เกิดความเข้าใจเรื่องแนวคิด และที่มาของตัวชี้วัดของโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ ตามมุมมองด้านต่างๆ ขออธิบายเพิ่มเติมพอเป็นสังเขป ดังนี้

1. มุมมองผู้รับบริการ

     เครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ ได้กำหนดผู้รับบริการเริ่มตั้งแต่ก่อนตั้งครรภ์ ขณะตั้งครรภ์ ระยะปริกำเนิด จนถึงระยะหลังคลอด (มารดา และทารกมีอายุตั้งแต่แรกเกิด - 5 ปี) โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะสตรีวัยเจริญพันธุ์กลุ่มเสี่ยง และสตรีตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง เพื่อให้สามารถประเมินและสังเกตอาการผิดปกติตนเอง และสามารถยับยั้งการคลอดก่อนกำหนดได้สำเร็จ  ในระยะหลังคลอด มารดาของทารกเกิดก่อนกำหนดต้องมีความมั่นใจในการดูแลสุขภาพของตนเองและทารกเกิดก่อนกำหนด ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงได้กำหนดโครงการที่มีความสอดคล้องกับเป้าประสงค์และตัวชี้วัด

2. มุมมองกระบวนการบริหารจัดการภายในเครือข่าย

     ในสถานะการณ์ปัจจุบัน  โรงพยาบาลที่มีศักยภาพด้านการดูแลรักษาทารกระยะวิกฤตมีจำกัด ดังนั้นเป้าประสงค์ของมุมมองนี้จึงมุ่งไปที่กระบวนการส่งต่อและการบริหารทรัพยากรสุขภาพที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพื่อให้ทารกเกิดก่อนกำหนดรายอื่นมีโอกาสได้เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลที่มีศักยภาพด้วย  ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงได้กำหนดโครงการที่สอดคล้องกับเป้าประสงค์ และตัวชี้วัด ดังนั้นการสร้างความสัมพันธ์ภายในเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกฯ  ทั้งในระดับจังหวัดและกลุ่มจังหวัด จะเอื้อให้เกิดการรับ-ส่งต่อสตรีตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง และทารกเกิดก่อนกำหนดในพื้นที่เขตตรวจราชการสาธารณสุขเขตเดียวกัน และระหว่างพื้นที่เขตตรวจราชการสาธารณสุข

3. มุมมองสถานบริการสุขภาพภายในเครือข่าย

     การเสริมสร้างสมรรถนะสตรีตั้งครรภ์เป็นสิ่งสำคัญ แต่ควรพัฒนาควบคู่ไปพร้อมกับการพัฒนาระบบบริการ ได้แก่ การคัดกรองภาวะสุขภาพการตั้งครรภ์ ให้การรักษา คำแนะนำ และเฝ้าระวัง จะช่วยทำให้การส่งต่อสตรีตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง และทารกเกิดก่อนกำหนดไปรักษาในสถานพยาบาลที่มีศักยภาพเกิดขึ้นอย่างเหมาะสม ในมุมมองนี้จึงต้องการสร้างมาตรฐาน และคุณภาพการบริการของสถานพยาบาลที่จะให้กับสตรีตั้งครรภ์กลุ่มเสี่ยง และทารกเกิดก่อนกำหนด ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องจึงได้กำหนดโครงการที่สอดคล้องกับเป้าประสงค์และตัวชี้วัด