บทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.) ในการป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด

   บทบาทอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน (อสม.)

ในการป้องกันภาวะคลอดก่อนกำหนด


สมยศ ดีรัศมี

 

การจัดการปัญหาการคลอดก่อนกำหนดในหมู่บ้านหรือชุมชน

     การขับเคลื่อนระบบสุขภาพชุมชน และการสาธารณสุขภาคประชาชนนั้น ดำเนินการด้วยกระบวนการหมู่บ้านจัดการสุขภาพ โดยอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้านหรือที่เรียกสั้นๆว่า อสม. เป็นผู้นำชุมชนด้านสุขภาพ ได้รับการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพจากกรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ให้มีความรู้ความสามารถในเรื่องการจัดการระบบสุขภาพชุมชนและการสาธารณสุขภาคประชาชน กับองค์ความรู้ด้านสุขภาพและพฤติกรรมสุขภาพที่จะช่วยให้ประชาชนในชุมชนมีสุขภาพ และสุขภาวะที่ต้องการ

     เพื่อให้การตั้งครรภ์เป็นไปด้วยความเรียบร้อยจนครบกำหนดการคลอด ทารกในครรภ์มีความพร้อมสมบูรณ์ สามารถออกมาอยู่ในสิ่งแวดล้อมนอกครรภ์มารดา การคลอดเป้นไปด้วยความเรียบร้อยปลอดภัย ครอบครัวจะมีบทบาทในการจัดการให้สภาวะแวดล้อมเอื้อแก่สุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ ส่วนในชุมชนจะมีการจัดการเรื่องการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์ ส่วนในชุมชนจะมีการจัดการเรื่องการป้องกัน การเฝ้าระวัง และการดูแลแก้ไขปัญหาสุขภาพของหญิงตั้งครรภ์จนบะะลุถึงการคลอดตามกำหนดเวลาโดยปลอดภัย

     บริบทของหมู่บ้านจัดการสุขภาพ ซึ่งบริหารจัดการโดย อสม. และชุมชน จะได้ดำเนินการเรื่องการคลอดก่อนกำหนดในงานสุขภาพแม่และเด็ก มี 3 ภารกิจ ได้แก่

  1. การป้องกันการคลอดก่อนกำหนด
  2. การเฝ้าระวังการคลอดก่อนกำหนด
  3. การดูแลเบื้องต้นในปัญหาการคลอดก่อนกำหนด ช่วงก่อนถึงระบบบริการสุขภาพภาครัฐ

แผนภูมิที่ 1 กระบวนการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน และการสาธารณสุขภาคประชาชน

 

     ในการขับเคลื่อนกระบวนการหมู่บ้านจัดการสุขภาพ อสม. และผู้นำชุมชนจะหารือกันในประเด็นสุขภาพที่จะจัดให้มีการดูแลในชุมชน โดยการดูแลหญิงตั้งครรภ์ของ อสม. นั้น จะมีการประชาคมและกลุ่ม อสม. จัดทำแผนปฏิบัติการของชุมชน ให้ประชาคมรับรอง และบรรจุในแผนแม่บทชุมชน

     แผนปฏิบัติการของชุมชนหรือแผนสุขภาพของชุมชน ในส่วนของปัญหาการคลอดก่อนกำหนด มีแนวทางการปฏิบัติ ดังนี้

1. การป้องกันการคลอดก่อนกำหนด

     โดย อสม. 1 คน มีประชาชนที่ตนเองดูแล 10-15 ครอบครัว เมื่อมีการตั้งครรภ์ อสม.จะให้คำแนะนำการฝากครรภ์ที่สถานบริการสุขภาพใกล้บ้าน เพื่อการคัดกรองกลุ่มเสี่ยง และให้ความรู้แก่หญิงตั้งครรภ์ อสม. ช่วยดูแลการปฏิบัติตนของหญิงตั้งครรภ์ที่บ้าน ช่วยยืนยันแก่ครอบครัวให้ตระหนักถึงปัญหาการคลอดก่อนกำหนด หรือการตั้งครรภ์ที่มีความเสี่ยงอื่นๆ และเฝ้าระวังปัญหาที่จะเกิดกับการตั้งครรภ์

2. การเฝ้าระวังการคลอดก่อนกำหนดในชุมชน

     เมื่อหญิงตั้งครรภ์มีภาวะคุกคามการตั้งครรภ์ที่จะก่อให้เกิดการคลอดก่อนกำหนด หรืออันตรายอื่นๆ ต่อการตั้งครรภ์ และได้ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสม โดยมีครอบครัวและชุมชนร่วมดูแล

     ในระบบสุขภาพชุมชนและการสาธารณสุขภาคประชาชน อสม. จะเป็นผู้ร่วมรับรู้ และรายงานเข้าสถานบริการสุขภาพ หญิงตั้งครรภ์จะได้รับการประเมินว่าภาวะคุกคามนั้นเป็นภาวะคลอดก่อนกำหนด หรืออันตรายอื่นหรือไม่? ถ้ายังไม่ชัดเจนและไม่รุนแรงก็จะได้รับคำแนะนำการปฏิบัติตนที่บ้าน  โดยมีครอบครัว และ อสม. ร่วมดูแล หากเป็นภาวะคลอดก่อนกำหนดและมีแนวโน้มที่จะเกิดอันตราย   หญิงตั้งครรภ์จะได้รับการส่งเข้าโรงพยาบาลที่มีศักยภาพเพียงพอที่จะให้การดูแลรักษาต่อไป

3. การดูแลเบื้องต้นในปัญหาการคลอดก่อนกำหนด ช่วงก่อนถึงระบบบริการสุขภาพภาครัฐ

     เมื่อมีภาวะคุกคามแก่สุขภาพของหญิงตั้งครรภ์หรือทารกในครรภ์ และไม่สามารถแก้ไขในระดับของการดูแลตนเองแล้ว หญิงตั้งครรภ์สามารถเข้าถึงระบบบริการสุขภาพภาครัฐโดย อสม. จะช่วยดูแลผ่านระบบรายงาน และประสานงานกับสถานบริการสุขภาพ เป็นการส่งต่อภารกิจให้แก่เครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกที่กำลังดำเนินโครงการนำร่องอยู่ ระบบบริการสุขภาพภาครัฐจะดูแลรักษาหญิงตั้งครรภ์ที่มีภาวะคุกคามสุขภาพและการตั้งครรภ์ เพื่อให้การตั้งครรภ์สามารถดำเนินต่อไปด้วยดี

     ในระหว่างที่ยังไม่ถึงโรงพยาบาล อสม. จะมีคำแนะนำในการปฏิบัติตนแก่หญิงตั้งครรภ์และครอบครัว เป็นเบื้องต้น เพื่อป้องกันไม่ให้ภาวะคุกคามมีความรุนแรงเพิ่มขึ้น

     นอกจากนี้ อสม. ยังมีบทบาทในการติดตามทารกเกิดก่อนกำหนด ภายหลังการออกจากโรงพยาบาลอีกด้วย จะมีการติดตามการเจริญเติบโต พัฒนาการ จนถึงอายุ 5 ปี  ในการพัฒนาศักยภาพของ อสม. ในอนาคตอันใกล้ อสม. จะได้รับการฝึกอบรมให้มีความรู้ในการดูแลทารกเกิดก่อนกำหนด  เพื่อให้สามารถป้องกันอันตรายแก่มารดาและทารกระหว่างการนำส่งในช่วงเวลาก่อนถึงโรงพยาบาล

การสนับสนุนกระบวนการพัฒนา

     กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ มีความตระหนักในการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน การสาธารณสุขภาคประชาชน และระบบบริการสุขภาพของประเทศไทย ได้ให้การสนับสนุนการพัฒนาระบบสุขภาพชุมชน การสาธารณสุขภาคประชาชน และระบบบริการสุขภาพทุกระดับ ในภาคส่วนการพัฒนาของระบบ ด้วยความสำนึกในพระเมตตาธิคุณและพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อพสกนิกรของพระองค์ โดย เฉพาะอย่างยิ่งประเด็นปัญหาการคลอดก่อนกำหนดที่เป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระดำริ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

     อีกทั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โครงการเฉลิมพระเกียรติ และโครงการอันเกี่ยวเนื่องกับพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน   ยังเป็นนโยบายของกระทรวงสาธารณสุขมาทุกรัฐบาล แม้อาจจะไม่ได้ระบุเป็นลายลักษณ์อักษรก็ตาม  แต่ได้ยึดถือเป็นความสำคัญในลำดับที่ 1 ในทางปฏิบัติตลอดมา

     ประเด็นการคลอดก่อนกำหนด ซึ่งเป็นที่มาของเจตนารมณ์ ของโครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารกเพื่อครอบครัวของเด็กและเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ์ฯ เป็นประเด็นที่มีความสำคัญมากที่สุดในการบริการสุขภาพมารดาและทารกของกระทรวงสาธารณสุข

     กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ได้สนับสนุนปัจจัยนำเข้า และการติดตั้งกระบวนการพัฒนา รวมทั้งผู้ขับเคลื่อนกระบวนการพัฒนาให้แก่หมู่บ้าน โดยยึดถือหมู่บ้านเป็นศูนย์กลางการพัฒนาด้านสุขภาพและการสาธารณสุข

     กระบวนการพัฒนา คือ โครงการหมู่บ้านจัดการสุขภาพ ขับเคลื่อนโดย อสม. และผู้นำชุมชน

     ปัจจัยนำเข้าของกระบวนการพัฒนา คือ การพัฒนาองค์ความรู้ และการพัฒนาศักยภาพในปฏิบัติการ เช่น การพัฒนาศักยภาพ อสม. เพื่อการเฝ้าระวัง ป้องกัน และดูแลปัญหาการคลอดก่อนกำหนดในชุมชน เป็นต้น

     ผลผลิตด้านกระบวนการ คือ

  1. มีกิจกรรมของกระบวนการป้องกัน เฝ้าระวัง และดูแลปัญหาการคลอดก่อนกำหนดในชุมชน
  2. การดูแลช่วยเหลือ ให้สามารถป้องกันการคลอดก่อนกำหนด หรือยับยั้งการคลอดก่อนกำหนด หรือลดความรุนแรงของปัญหาการคลอดก่อนกำหนดได้อย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล
  3. กระบวนการดูแลสุขภาพด้านการคลอดก่อนกำหนดในหมู่บ้าน สามารถขับเคลื่อนกันได้เอง  และยั่งยืน

     กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ ถือภารกิจนี้เป็นนโยบายสำคัญ ที่จะสนับสนุนอาสาสมัครสาธารณสุขประจำหมู่บ้าน ในบทบาทของ “ผู้จัดการสุขภาพชุมชน” ให้สามารถขับเคลื่อนการดำเนินงาน หรือ กระบวนการดูแลปัญหาการคลอดก่อนกำหนด ให้บรรลุผลตามเป้าประสงค์ในแผนที่ยุทธศาสตร์โครงการเครือข่ายสุขภาพมารดาและทารก ในพระอุปถัมภ์ฯ

     จึงหวังอย่างยิ่งว่า ท่านที่เกี่ยวข้องทุกระดับจะได้ให้ความสำคัญ และร่วมกันดูแลปัญหาการคลอดก่อนกำหนดให้ได้ผลสำเร็จ ดังเจตนารมณ์เป็นแนวทางในการพัฒนาของระบบสุขภาพและการสาธารณสุขของประเทศไทย ต่อไป